แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Comedy แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Comedy แสดงบทความทั้งหมด

Cyst (2020)

Cyst (2020) | 
Director: Tyler Russell
Genres: Comedy | Horror | Sci-Fi

พล็อตก็ง่ายแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก แค่หมอคนหนึ่งที่พยายามพิสูจน์เครื่องรักษาซีสต์เพื่อผ่านการประเมิน ทว่าการทดลองเกิดความผิดพลาด เมื่อซีสต์ที่ตั้งใจกำจัดเกิดมีชีวิตเป็นสัตว์ประหลาดขึ้นมาและโตขึ้นจนกลายเป็นก้อนเนื้ออัปลักษณ์ไล่ฆ่าคน

Don't Look Up (2021)

Don't Look Up (2021) | 
Director: Adam McKay
Genres: Comedy | Drama | Sci-Fi

"ผู้นำโง่ เราจะตายกันหมด" แต่เดี๋ยวก่อน บางครั้งคำว่าโง่อาจไม่ได้หมายถึงโง่จริงๆ แต่หมายถึงการไม่ทำให้ดูฉลาดเพื่อทุกคน แต่เอาตัวรอดกอบโกยอยู่เพียงฝ่ายเดียว เช่นเดียวกันกับหนังเรื่องนี้ที่สื่อให้เห็นดาวห่างที่จะพุ่งชนโลกอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า แต่ไม่มีการเตรียมรับมือที่ปลอดภัย คิดยังก่อนไว้ที่หลัง พอจวนตัวเท่านั้นแหละที่ความชิบหายบังเกิด

The Suicide Squad (2021) เดอะ ซุยไซด์ สควอด

The Suicide Squad (2021) | 1/2
Director: James Gunn
Genres: Action | Adventure | Comedy | Sci-Fi

ส่วนตัวเชื่อว่า Suicide Squad (2016) ของผู้กำกับ David Ayer จะต้องมีฉบับที่ดีกว่านี้ แม้จะถูกปฏิเสธเกี่ยวกับการตัดต่อที่ไม่มีฉบับอื่นอีกแล้ว ซึ่งน่าเสียดายหากมีสิ่งที่ดีกว่านั้น แต่ถ้านี้คือที่สุดคงต้องยอมรับความจริงว่าหนังทำได้สนุกระดับกลางๆ การเล่าเรื่องค่อนข้างธรรมดา สิ่งที่ทำให้เด่นและน่าจดจำคือคาแรคเตอร์ตัวละครที่พยุงหนังให้รอดพ้นน้ำอยู่บ้าง

Dolittle (2020) ด็อกเตอร์ ดูลิตเติ้ล

Dolittle (2020) | 
Director: Stephen Gaghan
Genres: Adventure | Comedy | Family | Fantasy

สำหรับนักแสดง Robert Downey Jr. ตั้งแต่ The Judge (2014) เป็นต้นมานั้น ไม่ได้รับบทบาทอื่นในหนังเรื่องใดอีกเลย นอกจากเป็น โทนี่ สตาร์ค หรือ ไอรอนแมน จนเป็นภาพติดตาที่มองมุมไหนยังคงเป็นเช่นนั้นอยู่เสมอ จนกระทั่ง Avengers: Endgame (2019) หนังเรื่องสุดท้ายที่ต้องสวมเกราะเหล็กพิทักษ์จักรวาลในฐานะตัวละครหลักสำคัญ

The Babysitter: Killer Queen (2020) เดอะ เบบี้ซิตเตอร์ ฆาตกรตัวแม่

The Babysitter: Killer Queen (2020) | 
Director: McG
Genres: Comedy | Horror

ความตลกใน The Babysitter (2017) หรือภาคแรกออกมาพอดี ไม่เว่อร์ขนาดต้องคัลท์หรือแหวกแนวซะทีเดียว ซึ่งหลายอย่างเต็มไปด้วยลูกบ้าที่บันเทิงและย่อยง่าย ขณะที่ภาคนี้ที่ต้องการเป็นภาคต่อเพื่อสานต่อในเหตุผลที่ไม่ได้พูดถึง(แต่อยากทำ)

Barbarella (1968) บาร์บาเรลล่า

Barbarella (1968) | 1/2
Director: Roger Vadim
Genres: Adventure | Comedy | Fantasy | Sci-Fi

"The Best of Sex appeal"

พอดูจบหรือไม่ทันจบ แค่เปิดเรื่องทำให้เข้าใจอย่างหนึ่งเกี่ยวกับนักแสดง Jane Fonda และหนังเรื่องนี้ที่ผสานความเซ็กซี่ได้อย่างลงตัว ทำให้เห็น Sex kitten หรือ Sex appeal ที่น่าดึงดูดสูงมาก ภายนอกน่ารักน่าหยอกคล้ายลูกแมวที่ไร้เดียงสา แต่หารู้ไม่ว่าคือตัวตั้งตัวตีเสียด้วยซ้ำ

Sonic the Hedgehog (2020) โซนิค เดอะ เฮดจ์ฮ็อก

Sonic the Hedgehog (2020) | 
Director: Jeff Fowler
Genres: Action | Adventure | Comedy | Sci-Fi

ในส่วนของเกมนั้นเล่นบ้างเป็นบางภาค ไม่ได้ติดตามเป็นจริงเป็นจังเท่าไรนัก แต่ทุกครั้งที่ได้เล่นล้วนสร้างความสนุกและฝึกสมองไม่ใช่น้อย ซึ่งการสร้างเป็นหนังนั้นในตอนแรกยังลุ้นอยู่ว่าจะออกมาลักษณะไหน จนกระทั่งตัวอย่างแรกได้ปล่อยมาพร้อมกับความผิดหวังมหาศาลของแฟนๆทั่วโลก โดยเฉพาะหน้าตาโซนิคที่ใกล้เคียงความเป็นมนุษย์มากเกินไป ทำเอาทีมงานต้องกลับไปแก้ไขกันยกใหญ่ก่อนจะได้คำชมที่เหมือนกับต้นฉบับ

Birds of Prey: And the Fantabulous Emancipation of One Harley Quinn (2020) ทีมนกผู้ล่า กับฮาร์ลีย์ ควินน์ ผู้เริดเชิด

Birds of Prey: And the Fantabulous Emancipation of One Harley Quinn (2020) | 
Director: Cathy Yan
Genres: Action | Adventure | Comedy | Crime

ตอนได้เห็น Suicide Squad (2016) คือความคาดหวังที่จะมาฉีกแนวซูเปอร์ฮีโร่ ได้เห็นตัวร้ายมากอบกู้โลกด้วยวิธีแบบร้ายๆบ้าง แต่คาดหวังไว้สูงจึงต้องเจ็บมากตามไปด้วย ทั้งที่มีของให้ใช้หลายอย่างก็ดูเหมือนยังขาดแล้วขาดอีก ทำให้ตัวละครที่มีเสน่ห์มากสีสันไม่ได้สอดคล้องกับเนื้อเรื่องที่น่าจะมีมิติมากกว่านั้น พอผิดหวังทำให้ความอยากดูต่อไปจึงน้อยลง

Back to the Future Part III (1990) เจาะเวลาหาอดีต ภาค 3

Back to the Future Part III (1990) | 1/2
Director: Robert Zemeckis
Genres: Adventure | Comedy | Sci-Fi | Western

ในหมู่หนังไตรภาคทั้งหลายตั้งแต่สัมผัสรับชมมา ไม่มีหนังเรื่องไหนจะทำให้รู้สึกต่อเนื่องจนหยิบทั้งสามภาคมาชมติดๆกันได้ขนาดนี้เลย อารมณ์ประมาณว่าจบภาคแรกต้องต่อสองแต่พอจบสองมันต้องอีกสาม

Back to the Future Part II (1989) เจาะเวลาหาอดีต ภาค 2

Back to the Future Part II (1989) | ⭐1/2
Director: Robert Zemeckis
Genres: Adventure | Comedy | Sci-Fi

ภาคแรกจบไปซะแบบนั้นแล้วจะไม่ให้มีภาคต่อคงเป็นไปไม่ได้ในเมื่อลงทุนไป 14 ล้านดอลลาร์สหรัฐแต่ได้กำไรมาถึง 381 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อันจริงตั้งใจทำเป็นไตรภาคเดินเรื่องรวดเดียวแบบไม่ต้องพักต่างหาก นี่สิถึงจะมันส์ขนาดแท้ กลับมาเข้าที่เนื้อเรื่องที่สานต่อจากตอนจบภาคแรกที่ว่าด้วยดร.เอ็มเมท บราวน์ (Christopher Lloyd) ใช้รถเจาะเวลาไปอนาคตในปี 2015 ก่อนจะกลับมาในปี 1985 อีกครั้งเพื่อมาบอกมาร์ตี้ (Michael J. Fox) เรื่องลูกในอนาคตที่กำลังจะพบปัญหาชิ้นใหญ่ที่จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตไป ทำให้งานนี้ทั้งด็อกทั้งมาร์ตี้ต้องเดินทางไปอีก 30 ปีข้างหน้าเพื่อไปแก้ไขปัญหานี้ให้จบลงด้วยดี ทำให้การผจญภัยครั้งใหม่ได้เริ่มขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว ทว่าปัญหาของการไปอนาคตครั้งนี้ได้ส่งผลไปยังอดีตจนผิดเพี้ยนไปจากเดิมอย่างมหาศาลเมื่อด็อกกับมาร์ตี้ได้ย้อนกลับมาเวลาเดิมในปี 1985 แล้วพบว่าทุกอย่างผิดปกติไปหมดทั้งบ้านเมืองที่ตอนนี้ถูกคุกคามจากเหล่าอาชญากรรมจนไร้วี่แววของความสงบสุข โรงเรียนแหล่งความรู้ถูกทำลาย สังคมมีความป่าเถื่อน แต่เพราะอะไรแม้แต่ด็อกยังแปลกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะมันไม่น่าจะเป็นไปได้เลยสักนิดเดียว จะมีเบาะแสอยู่อย่างคือผู้นำแห่งโลกความรุนแรงนี้คือบีฟ เทนเนนท์ (Thomas F. Wilson) แล้วทำไมเขาคนนี้ถึงกลายเป็นผู้นำที่มีอำนาจรวยล้นฟ้าได้ทั้งที่หลังจากกลับมาจากอดีตพร้อมแก้ไขปัญหาไปแล้วก่อนหน้านี้ยังเป็นคนใช้อยู่เลย จึงเป็นเหตุสงสัยที่ด็อกกับมาร์ตี้ต้องช่วยกันหาเบาะแสตัวการว่าทำไมเวลาถึงเปลี่ยนแปลงไปได้ขนาดนี้ ทั้งยังต้องสืบให้ได้ว่าควรทำยังไงจึงจะเปลี่ยนเวลานี้ให้กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง กระนั้นมันคงไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะเวลาไม่เคยหยุดนิ่ง และพวกเขาก็หยุดคิดเฉยๆไม่ได้ด้วย

Back to the Future (1985) เจาะเวลาหาอดีต

Back to the Future (1985) | 
Director: Robert Zemeckis
Genres: Adventure | Comedy | Sci-Fi

"ขอรับประกันว่าถ้าพูดถึงหนังไซไฟสักเรื่องที่เกี่ยวกับเวลาต้องมี Back to the Future ติดโผล่ในอันดับหนังที่อยากแนะนำอย่างแน่นอน"

เรื่องได้เกิดขึ้นในปี 1985 กับหนุ่มมาร์ตี้ แมคฟลาย (Michael J. Fox) ที่มีชีวิตครอบครัวอันตกต่ำเพราะถูกกดดันจากบีฟ เทนเนนท์ (Thomas F. Wilson) ผู้เป็นหัวหน้างานเจ้าบงการให้จอร์จ แมคฟลาย (Crispin Glover) พ่อของเขาทำงานให้แทน ซึ่งนั้นกลายเป็นปัญหาสุดหน่ายของมาร์ตี้ที่น่าจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้ ทว่าเหมือนเรื่องราวกำลังจะเปลี่ยนไปจากการรู้จักดร.เอ็มเมท บราวน์ (Christopher Lloyd) นักวิทยาศาสตร์สติเฟื่อง ผู้สามารถค้นคิดประดิษฐ์อุปกรณ์ทดลองต่างๆมากๆไม่ต่างกับของเล่น แต่วันนี้ได้อุปกรณ์ชิ้นใหม่ที่ไม่เหมือนอย่างเคยเพราะสิ่งนั้นคือไทม์แมชชีน เป็นยานเจาะเวลาที่สร้างขึ้นมาจากรถยนต์ธรรมดาคันหนึ่งที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานอะตอมนิวเคลียร์ โดยคืนนี้จะมีการทดลองใช้รถข้ามเวลานี้ว่าสามารถใช้งานได้จริงหรือไม่ ทว่าหลังจากผ่านการทดลองไปได้ด้วยดีก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเข้าจนเป็นเหตุบังเอิญทำให้มาร์ตี้เจาะเวลาข้ามไปอดีตอย่างไม่ทันตั้งใจ และเวลาที่มาร์ตี้ย้อนกลับไปคือ 30 ปีก่อน เป็นปี 1955 นอกจากนี้ยังเป็นช่วงเวลาที่เขายังไม่เกิดแน่ๆ ซึ่งรวมถึงพ่อกับแม่ (Lea Thompson) ของเขายังไม่รักกันด้วย ซึ่งปัญหามันอยู่หลังจากนี้ที่ว่าเขาจะกลับบ้านยังไงในเมื่อพลังงานหมด

Basket Case 3 (1991) มันแอบอยู่ในตระกร้า 3

Basket Case 3 (1991) | ⭐⭐1/2
Director: Frank Henenlotter
Genres: Comedy | Horror

กลับมาต่อเนื่องหลังจากภาคที่แล้ว ดเวน (Kevin Van Hentenryck) เกิดสติแตกที่ต้องผิดหวังในความรักเพราะคิดว่าคนที่ตัวเองรักคือคนปกติเหมือนเขา แต่กลายเป็นว่าไม่ต่างกับตัวประหลาดที่มีร่างกายไม่เหมือนคนปกติ ทำให้เขารู้สึกเคว้างคว้างจนต้องทำร้ายคาร์ไลล์ พี่ชายหรือแฝดที่เกิดมาตัวติดกัน แต่ต่างกันที่ไม่มีร่างกายสมประกอบ มีเพียงแขนและหน้าตาที่รวมเป็นก้อนไม่ต่างจากชิ้นเนื้อชิ้นหนึ่ง

Basket Case 2 (1990) มันแอบอยู่ในตระกร้า 2

Basket Case 2 (1990) | 1/2
Director: Frank Henenlotter
Genres: Comedy | Horror

ภาคต่อที่ทิ้งห่างจากภาคแรก 8 ปี แต่เล่าเรื่องต่อเนื่องติดกัน ทำให้นักแสดงอาจดูผิดหูผิดตาไปบ้างเล็กน้อย ซึ่งเรื่องจะพูดถึงหลังจากที่ ดเวน (Kevin Van Hentenryck) กับพี่ชายที่เป็นก้อนเนื้อมีชีวิตตกลงจากอาคาร จากตอนจบนั้นทำให้คิดว่าเป็นโศกนาฏกรรมด้วยการจบชีวิตทั้งคู่ ทว่าพวกเขากลับรอดมาได้ แล้วยังเป็นที่ตื่นตาของประชาชนจนเป็นที่ต้องการของสื่อที่อยากเจอตัวมากที่สุด อีกทั้งยังมีคดีเก่าฆ่าคนอีกด้วย

Basket Case (1982) มันแอบอยู่ในตะกร้า

Basket Case (1982) | 1/2
Director: Frank Henenlotter
Genres: Comedy | Horror

"เพราะฉันนั้นคือเนื้องอก"

ภาพที่เห็นบางทีตัดสินใจบางเรื่องได้ไม่ตรงตามจริงเสมอไป อย่างหนังเรื่องนี้ที่ภายนอกคือหนังสยองขวัญเรื่องหนึ่ง ไม่ได้ทำองค์ประกอบให้ดูดีหรือสมจริงสักเท่าไร บางฉากไม่เนียนแล้วดูเหมือนมือสมัครเล่นด้วยซ้ำ แต่ด้วยความคัลท์เนื้อเรื่องไม่เหมือนคนอื่นหรือหาเปรียบเทียบได้ยากจึงไม่ใช่หนังธรรมดาอย่างที่เห็นเสมอไป

Bad Boys for Life (2020) คู่หูขวางนรก ตลอดกาล

Bad Boys for Life (2020) | 
Director: Adil El Arbi, Bilall Fallah
Genres: Action | Comedy | Crime | Thriller

ทิ้งห่างจากภาคก่อนนานตั้ง 17 ปี จะให้ระลึกถึง Bad Boys (1995) และ Bad Boys II (2003) คงจำความรู้สึกที่มีตอนนั้นไม่ได้ แน่นอนที่สุดคือหนังแอ็คชั่นคู่หูตำรวจผิวสีที่ดุเดือดและมันส์มาก โดยเฉพาะการต่อคำพูดและวิธีการที่ไม่เกรงใจในวิชาชีพตำรวจสมกับ Bad Boy

Jumanji: The Next Level (2019) เกมดูดโลก ตะลุยด่านมหัศจรรย์

Jumanji: The Next Level (2019) | 
Director: Jake Kasdan
Genres: Action | Adventure | Comedy | Fantasy

ความบันเทิงที่ได้ใน Jumanji: Welcome to the Jungle (2017) คือความสนุกที่ส่งตรงถึงผู้ชมได้อย่างถึงอารมณ์ มีการจำลองเกม ตัวละคร และรูปแบบต่างๆที่เข้ากับยุคสมัย ทำให้ Jumanji (1995) ที่ทำเอาไว้ในภาคแรกได้ฟื้นคืนชีพอีกครั้งในรอบ 27 ปี แล้วเมื่อความสำเร็จทุกอย่างพร้อมใจก็ไม่ลังเลทำภาคต่อ ซึ่งแน่นอนยังสนุกและประทับใจเช่นเคย

Knives Out (2019) ฆาตกรรมหรรษา ใครฆ่าคุณปู่

Knives Out (2019) | 1/2
Director: Rian Johnson
Genres: Comedy | Crime | Drama | Mystery | Thriller

เนื้อในเป็นหนังสืบสวนที่ไม่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนขนาดต้องร้องว้าว แต่วิธีเล่าทำให้ทุกอย่างออกมาบันเทิง พลิกแพลงความน่าจะเป็นให้ออกมาง่ายไม่ปวดหัวหรือกลัวตามไม่ทัน ที่สำคัญคือการเฉลยที่ไม่รีรอจนวินาทีสุดท้าย ทำให้รู้กันไปเลยว่าสาเหตุการตายคืออะไร ใครเป็นคนทำ และทำไมต้องฆ่า ในเมื่อบอกรายละเอียดมาขนาดนี้จากเจ้าตัวที่อยู่ในเหตุการณ์ก็ไม่รู้จะเหลืออะไรให้ไปต่อ ทว่ายังเสาะหาสิ่งที่คาดไม่ถึงโดยที่เฉลยยังเหมือนเดิม

Charlie's Angels (2019) นางฟ้าชาร์ลี

Charlie's Angels (2019) | นางฟ้าชาร์ลี | C
Director: Elizabeth Banks
Genres: Action | Adventure | Comedy

ก็ไม่รู้สินะว่าต้นฉบับเป็นยังไง แต่ความรู้สึกบอกว่านี่ไม่ใช่นางฟ้าชาร์ลีอย่างที่ตัวเองวาดฝันไว้ หรือให้เทียบกับของปี 2000 และ 2003 รู้สึกอารมณ์เทียบเท่าไม่ได้ในแง่ความบันเทิง โดยเฉพาะความเอนเตอร์เทนที่ขาดแรงดึงดูดพอสมควร การจะนึกหยิบดูซ้ำอีกสักทีหรือหาสิ่งที่น่าจดจำคงหาได้น้อยหรือไม่มีเลยก็ว่าได้

Ready or Not (2019) เกมพร้อมตาย

Ready or Not (2019) | B+
เกมพร้อมตาย
Director: Matt Bettinelli-Olpin, Tyler Gillett
Genres: Action | Comedy | Horror | Mystery | Thriller

เอ้า...ตกลงเป็นหนังตลกเหรอ หลงคิดเป็นหนังสยองขวัญแนวไล่ฆ่าเสียอีก แบบไล่ฆ่าจริงๆ ไม่ใช่มานั่งขำอะไรแบบนี้ เพราะเรื่องให้เจ้าสาวปฏิบัติตามธรรมเนียมของตระกูลฝ่ายชายที่เธอแต่งงานด้วย ซึ่งคือการจับสลากเล่นเกม แล้วเกมที่สุ่มได้คือเกมซ่อนแอบ แต่ไม่ใช่ซ่อนแบบธรรมดาทั่วไป เพราะเธอต้องเอาตัวรอดจากบรรดาญาติฝ่ายชายที่พยายามเอาชีวิตเพื่อบูชาซาตาน ฟังดูน่าหดหู่ แต่พอได้สัมผัสเท่านั้นแหละ ใครที่ไหนไม่รู้มาจี้เอว (ฮา)

Once Upon a Time... in Hollywood (2019) กาลครั้งหนึ่งใน...ฮอลลีวู้ด

Once Upon a Time... in Hollywood (2019) | กาลครั้งหนึ่งใน...ฮอลลีวู้ด | A
Director: Quentin Tarantino
Genres: Comedy | Drama

ความรู้สึกตอนดูหนังที่อิงจากเรื่องจริงหรือประวัติศาสตร์สักอย่างจะอบอวลด้วยเรื่องนั้นๆอย่างตั้งใจ ประหนึ่งเรียนวิชาประวัติศาสตร์ที่ถูกตั้งค่าเน้นใจความสำคัญเป็นหลัก เรื่องเล็กเรื่องน้อยที่ไม่สำคัญจะกลืนหายไป ยิ่งเป็นสิ่งที่ขัดแย้งไม่เข้าพวกยิ่งต้องปรุงแต่งให้เข้ากับสถานการณ์เพื่อเป็นเนื้อเดียวกัน แต่ผู้กำกับ Quentin Tarantino เขาก็คือเขา ถ้าให้ทำตามความจริงที่เกิดขึ้นแค่นั้นคงไม่ต่างกับนั่งเรียนกวดวิชาที่น่าเบื่อหน่าย
รูปภาพของฉัน
เกิดปี 2538 (1995) แค่คนที่เรียนจบสาธารณสุขศาสตร์ แต่ชอบดูหนังเป็นชีวิตจิตใจ ที่เขียนรีวิวเพราะอยากแบ่งปันความรู้สึกที่ตัวเองมีให้อ่าน และกำลังทำช่อง YouTube เกี่ยวกับหนังสือ(การ์ตูนเป็นหลัก)