The Last House On The Left (1972)

The Last House On The Left (1972) | 
Director: Wes Craven
Genres: Horror | Thriller

หนังเรื่องแรกของผู้กำกับ Wes Craven ที่ประเดิมได้เรทรุนแรงระดับ X ก่อนจะพยายามตัดต่อเพื่อให้ได้เรท R จนสุดท้ายเอาแบบเดิมและผ่านกรรมการเซ็นเซอร์เพราะเส้นสาย ซึ่งผลลัพธ์ที่คนดูในยุคนั้นได้รับคือความรุนแรงเกินจะรับได้ โดยพล็อตเรื่องเกี่ยวกับการแก้แค้นของพ่อแม่ที่ลูกสาวโดนทำร้ายจากกลุ่มคนก่ออาชญากรรม


ด้วยความเป็นเรื่องแรกและไม่ได้มีทุนสร้างที่สูง ทำให้ทุกอย่างดูสมจริงจากบรรยากาศบ้านๆ จนได้เสียงวิจารณ์ในสมัยนั้นว่ามีความน่าสะพรึงกลัว ในขณะเดียวกันได้การตอบรับในทางลบที่ไม่น้อยจากความดิบเถื่อน ทำให้คนดูไม่น้อยปฏิเสธเพราะอาการเป็นลม คลื่นไส้ รวมไปถึงข่าวลือที่ว่ามีคนหัวใจวายอีกด้วย แต่ความรุนแรงอาจทวีเพิ่มขึ้น หากผู้กำกับ Wes Craven ไม่เขียนบทใหม่จากเดิมจะมีความโป๊เปลือยและเซ็กที่โจ่งแจ้ง แม้ทีมงานและนักแสดงจะพร้อมทำก็ตาม

โดยเรื่องราวจะเกี่ยวกับผู้หญิงสองคนที่เริ่มโตเป็นวัยรุ่นสาว มีความตั้งใจไปเที่ยวตามปกติ แต่ระหว่างทางพบกับกลุ่มคนแปลกหน้าที่ไม่รู้ว่าคือคนอันตรายที่กำลังหลบหนีการจับกุม และการพบกลุ่มคนเหล่านี้ทำให้เธอทั้งสองต้องเจอกับความทรมาน โดยมีฉากขืนใจให้ถอดเสื้อผ้าจนหมด มีการข่มขืน มีการข่มขู่ และหลายอย่างที่เป็นเหยียบย่ำทางกายและใจ


ตอนต้นเรื่องทำให้ดูสดใสตามประสาของเด็กสาวที่เริ่มโตเป็นวัยรุ่น มีการพูดถึงความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย มีความเชื่อว่าตัวเองนั้นโตขึ้นและจะต้องมีความสุข อีกทั้งมีการสนทนาระหว่างครอบครัวเกี่ยวกับการแต่งกาย ซึ่งแต่งตัวมิดชิดตามปกติ จะมีเพียงไม่ใส่บราเท่านั้น แม้จะสร้างความไม่สบายใจแก่พ่อแม่ แต่ยากจะเถียงลูกเพราะสอนให้คิดบวกเสมอ ดังนั้นเรื่องบางเรื่องที่ละเอียดอ่อนจึงเป็นเรื่องที่คุยกันได้ และอาจติดตลกด้วยซ้ำ

ในขณะเดียวกันภายใต้ความหม่นหมองยังมีความหวัง เมื่อตำรวจในพื้นที่เริ่มสืบสวนจนพบเบาะแสว่าอยู่ไม่ไกล ทว่าเล่าให้ฝ่ายตำรวจดูตลกและสร้างสถานการณ์ให้ย่ำแย่ ซึ่งการคั่นเหตุการณ์ที่แสนบีบหัวใจกลายเป็นตลกร้ายคือความประหลาด การจะรู้สึกขำขันกับความพยายามของตำรวจที่สลับไปฉากทำร้ายผู้หญิงชวนให้สับสนทางอารมณ์ คล้ายจะสะท้อนว่าโลกใบนี้ไม่ได้เป็นดั่งหวังเสมอไป และตำรวจไม่สามารถช่วยได้ทุกคน


แม้พล็อตจะโลกกลมและช่างบังเอิญค่อนข้างมาก เพราะกลุ่มคนร้ายเลือกขออาศัยในบ้านที่มีพ่อแม่ของลูกสาวที่พวกเขาทำร้าย แต่เป็นวิธีง่ายๆ ในการแก้แค้นที่พ่อแม่ไม่ต้องตามสืบที่ไหน แค่บังเอิญได้ยินเสียงสนทนาและแอบรื้อกระเป๋า รวมไปถึงการคาดเดาจากของขวัญที่ให้ลูกสาวไว้ นั่นคือจี้ห้อยคอสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ ทำให้พ่อแม่แทบไม่ต้องซักไซ้ให้มากความ แค่รีบไปดูที่เกิดเหตุเพื่อหาลูกสาวที่ถูกทำร้ายจริงหรือไม่ หลังจากนั้นจึงวางแผนแก้แค้นแบบไม่สนใจว่าตัวเองจะเป็นเช่นไร

ภาพสะท้อนการทำงานของตำรวจที่ชักช้าและขาดความพร้อม คือความชัดเจนที่หนังสื่อเอาไว้ อีกทั้งเป็นการทดสอบคนดูที่ต้องเสียอารมณ์ทุกครั้งที่ตำรวจโผล่ออกมา คล้ายเป็นการทำลายบรรยากาศที่เคร่งเครียดให้กลับมาขบขัน แต่มันน่าตลกขนาดนั้นเลยหรือ?

สาวน้อยบริสุทธิ์ที่เพิ่งโตเป็นสาวกับความฝันที่สวยงามต้องแปดเปื้อน ความโหดร้ายของคนที่ทำได้ทุกอย่าง เห็นความรุนแรงเป็นเรื่องสนุก ซึ่งมีหลายชั่วขณะที่สีหน้าความโหดเหี้ยมจะมีความลังเล คล้ายเป็นการบอกถึงความไม่ตั้งใจหรือไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้ขนาดนี้ หากพวกเธอไม่มาเจอพวกฉันอาจมีชีวิตที่มีความสุขไปแล้ว ความโชคร้ายบางครั้งน่ากลัวจนไม่อาจให้ความหวังอะไรได้เลย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

รูปภาพของฉัน
เกิดปี 2538 (1995) แค่คนที่เรียนจบสาธารณสุขศาสตร์ แต่ชอบดูหนังเป็นชีวิตจิตใจ ที่เขียนรีวิวเพราะอยากแบ่งปันความรู้สึกที่ตัวเองมีให้อ่าน และกำลังทำช่อง YouTube เกี่ยวกับหนังสือ(การ์ตูนเป็นหลัก)