วันเสาร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2563

Suspiria (2018) กลัว

Suspiria (2018) | กลัว
Director: Luca Guadagnino
Genres: Fantasy | Horror | Mystery | Thriller
Grade: A-

โดนหักหน้าเบาๆในตอนจบเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอีกเรื่องกับต้นฉบับ และทุกอย่างเล่าแบบไม่ค่อยกั๊ก เปิดเผยไปเลยว่าแม่มดมีทั้งหมด 3 คน (The Three Mothers) ส่วนจะเป็นใครนั้นถ้าอิงของเดิมตามลำดับพี่น้องจะเป็นดังนี้


- แม่มดแห่งความโหยหา (Mother of Sighs) ใน Suspiria (1977) - แม่มดแห่งน้ำตา (Mother of Tears) ใน Mother of Tears (2007) - แม่มดแห่งความมืด (Mother of Darkness) ใน Inferno (1980) ในแต่ละภาคจะแบ่งเป็นเรื่องของตัวเอง คนละสถานที่คนละเวลา มีกล่าวถึงกันและกันบ้างเล็กน้อยเพื่อเชื่อมโยงถึงการมีตัวตนของทั้งสาม เนื้อหาจะพูดถึงตัวตนของแม่มดหมายถึงความชั่วร้าย เป็นภัยคุกคามและคร่าชีวิตผู้คนมานักต่อนัก เสน่ห์ความเป็นแม่มดของต้นฉบับคือการฆ่าด้วยวิธีที่ลึกลับ ทำเป็นไม่มีตัวตน จะไม่ร่ายคาถาหรือเสกมนต์ดำ แต่เป็นไปได้ทุกวิธีเหมือนคนธรรมดาตลอดจนเหนือธรรมชาติด้วยการควบคุมบางสิ่ง เช่น สัตว์ หรือความอยากรู้อยากเห็นจนนำไปสู่ภัยหาตัวเอง


สำหรับฉบับนี้คงเนื้อเรื่องไว้เช่นเดิม แต่เติมแต่งรายละเอียดเข้าไปมากพอสมควร ทำให้ไม่แปลกกับความยาว 2 ชั่มโมงครึ่งที่ห่างกับต้นฉบับร่วมชั่วโมง โดยเฉพาะการสอดแทรกเรื่องภายนอกที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรเลยกับแม่มด นั่นคือการเมืองที่หยิบมาเล่าผ่านหลายเหตุการณ์ ทั้งกำแพงเบอร์ลิน อเมริกา รัสเซีย และอื่นๆ ผสานเข้ากับบทหนังอย่างแนบเนียน ทำให้หนังแม่มดที่ตกอยู่ในภาวะการเมืองไม่เป็นมิตรดูไม่ใช่หนังสยองขวัญแนวเดิมอีกต่อไป สำหรับแม่มดอาจน่ากลัวน้อยกว่าคนธรรมดาที่เขย่าประเทศและโลกได้ด้วยซ้ำ สิ่งที่ขาดหายไปจนไม่เป็นการเคารพต้นฉบับ(สำหรับบางคน)คือจังหวะและองค์ประกอบศิลป์ ถ้าเคยดูหรือจำกันได้จะเน้นที่จังหวะตกใจกันให้สุด และฉากแต่ละอย่างเต็มไปด้วยแสงสีไฟของนีออนที่สาดเข้าฉากจนเกือบเป็นสีเดียวทั้งฉาก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่มีในฉบับนี้ที่ดูลื่นไหลตามเนื้อผ้าไปเรื่อยๆ กว่าจะถึงฉากน่ากลัวหรือสยองขวัญก็ช้าและน้อยมาก ทว่าส่งผลกระทบเอาไว้มากมาย บางครั้งไม่จำเป็นต้องมีคนตายหรือการฆ่า แค่เล่ห์อุบายก็เพียงพอทำให้สถานการณ์พลิกผัน ไม่เป็นกระต่ายตื่นตูมที่เดี๋ยวหนีเดี๋ยวฆ่าจนผิดสังเกต


ของเดิมก็ชอบ ของใหม่ก็ไม่ต่างกัน เพราะการตีความที่แยบยลและการตัดต่อเรื่องราวทำให้เกิดคำถามหลายข้อ ซึ่งประเด็นทุกข้อทำให้กระจ่างได้เกือบหมด ใครเป็นใคร ใครคือแม่มด เรียบเรียงตอนไคล์แม็กซ์ทีเดียวได้อยู่หมัด ยิ่งการเฉลยตัวตนของแม่มดยิ่งเกิดอาการอึ้งพอตัว แม้ในความเป็นจริงอาจมีคนเฉยๆ แต่เทียบกับต้นฉบับและเนื้อเรื่องที่เล่าอยู่ก่อนย่อมเหนือความคาดหมายไม่น้อย ที่สำคัญเป็นการตีความแม่มดให้ดูมีมิติมากกว่าต้นฉบับหลายเท่าตัว

Mother = Witch

ฉบับไตรภาคเดิมมองแม่มดคือปีศาจรูปแบบหนึ่งที่มีอำนาจมืด มีมิติด้านเดียวคือการทำลายล้าง ฉะนั้นสิ่งที่ฉบับนี้ตีความออกไปจะแตกต่างตรงที่มีความเป็นมนุษย์มากขึ้น มีจิตใจและความรู้สึกที่จะตัดสินใจจากการกระทำของคนๆนั้น ดังที่เห็นในฉากจบว่าใครทำไม่ดีและหลบหลู่ดูหมิ่นจะต้องมีอันเป็นไปทั้งสิ้น ขณะที่คนที่ไม่รู้เรื่องหรือไม่ได้หมดความเคารพนับถือยังคงมีชีวิตอยู่ต่อไป คำว่าแม่หมายถึง"ผู้ให้กำเนิด"หรือทุกสิ่งที่ลูกต้องการหากมีความรักมอบให้ แต่อีกนัยหนึ่งเป็นแม่มดคือ"ผู้ทำลาย"ได้เช่นกัน ซึ่งแม่จะเป็นอะไรก็ได้ กระนั้นหาสิ่งใดมาเป็นเหมือนแม่มิได้


Suspiria ฉบับนี้ไม่อาจหาความตื่นเต้นได้เท่าต้นฉบับ นอกจากความหนักหน่วงชวนลึกซึ้งทางด้านงานศิลป์ ทั้งการตัดต่อ ทั้งการลำดับภาพ แต่นั้นทำให้ทุกอย่งดูลุ่มลึกน่ากลัวไปคนละแบบกับต้นฉบับ แต่ละอย่างดูจับต้องได้และอันตรายจากความไม่แน่นอน ยิ่งได้เห็นการแสดงของ Tilda Swinton ยิ่งทวีความลึกลับและหวาดเสียวจากอาการแน่นิ่ง มีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรซ่อนอยู่ก็ไม่รู้ กลายเป็นความหวาดระแวงที่ต้องนั่งพะวงกับฉากต่อไปที่คาดคะเนยากพอสมควร ภายใต้ความน่ากลัวยังมีสิ่งที่งดงามและน่าหลงใหลคือ Dakota Johnson นักแสดงที่ไม่อาจปฏิเสธความคุ้นชินจากหนังชุด Fifty Shades เนื่องจากเป็นหนังรักเปลือยตัวที่สิ้นเปลือง น่าเสียดายที่ทำให้คนมีเสน่ห์ต้องดูเป็นตัวตลกเพื่อปลดปล่อยอารมณ์ตามคำบอกเล่าจากนิยาย เมื่อเทียบกับหนังเรื่องนี้ที่เปลือยตัวน้อยกว่า กลับมีความต้องการดึงดูดที่ยิ่งกว่ามาก กลายเป็นผู้หญิงที่จับต้องได้เพราะเสน่ห์ที่มาถูกที่ถูกทาง ความอยากดูก็ยิ่งเพิ่มตามไปด้วย


ปล.มีฉาก Post Credit สั้นๆที่ดูหรือไม่ดูก็ได้ เพราะเป็นฉากที่อธิบายได้ยากว่าเกิดอะไรขึ้น และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้(หรือมี?) บางทีอาจเป็นการพูดถึงพี่น้องแม่มดคนถัดไปก็ได้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

รูปภาพของฉัน
เกิดปี 2538 (1995) แค่คนที่เรียนจบสาธารณสุขศาสตร์ แต่ชอบดูหนังเป็นชีวิตจิตใจ ที่เขียนรีวิวเพราะอยากแบ่งปันความรู้สึกที่ตัวเองมีให้อ่าน และกำลังทำช่อง YouTube เกี่ยวกับหนังสือ(การ์ตูนเป็นหลัก)