วันพุธที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

Rocky II (1979) ร็อคกี้ 2

Rocky II (1979) | ร็อคกี้ 2
Director: Sylvester Stallone
Genres: Drama | Sport
Grade: A
 
ความสำเร็จของภาคแรกกลายเป็นสิ่งยืนยันว่า Sylvester Stallone สามารถเอาชนะความยากลำบากมาได้ ทั้งเป็นชัยชนะที่เหนือความคาดหมายอย่างมหาศาลไม่ว่าจะรายได้หรือรางวัลก็ล้วนไหลเทหาตัวจนเปลี่ยนจากคนธรรมดาเป็นคนดัง เช่นเดียวกับเนื้อเรื่องในภาคนี้ที่สะท้อนตัวตนออกมาคล้ายเป็นสิ่งเตือนใจในยามมีทรัพย์สินเงินทองว่าควรจะใช้อย่างไรให้มีความสุขและคุ้มค่า ก่อนจะเข้าประเด็นหลักต้องเริ่มจากย้อนความไปหาภาคแรกเริ่มจากสิ่งที่ชายธรรมดาคนหนึ่งเป็นนักมวยไร้อันดับที่ถูกครูมองเป็นเพียงคนตกรุ่นที่ไม่รู้จักขวนขวาย แต่แล้วก็เกิดเรื่องเหนือความคาดหมายกับชีวิตเมื่อถูกเลือกเป็นคู่ชกกับนักมวยอันดับหนึ่งของโลกตามวัตถุประสงค์การให้อิสรภาพแก่คนที่ไร้หนทางในวงการได้มีสิทธิ์ได้ทดสอบความยิ่งใหญ่ของตัวเอง ทว่าใช่จะตอบยอมรับขึ้นชกเลยทันทีเพราะในใจลึกๆแล้วรู้ดีว่าไม่อาจสู้ได้และคิดเกี่ยวกับมวยที่ตัวเขาไม่เป็นมวยควรจะแขวนนวมเพื่อให้ค่ายมวยที่ตัวเองอาศัยไม่แปดเปื้อนจากการทำผิดๆของเขาไปกว่านี้ แต่นั้นไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้องเพราะไม่ว่าเขาหรือคนรอบข้างก็ต่างคิดว่านี้เป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่สมควรจะลองดู คำว่าลองคือความจริงจังและไม่ว่าจะแพ้หรือชนะยังไงก็ตาม ถ้าได้ขึ้นเวทีและชกสุดวามสามารถที่ตัวเองทำได้ก็ไม่ต่างกับได้ประกาศให้ทุกคนได้รู้ถึงคนที่ไม่มีอะไรเลยก็มีความพยายามไม่ท้อถอยและสู้เป็น สู้เพื่อชัยชนะ สู้ให้กับตัวเองถึงความกลัวที่อยู่ตรงหน้าที่จะไม่หันหลังให้อีกต่อไป ให้ทุกคนรับรู้นี่แหละเขา "ร็อคกี้"

วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

Rocky (1976) ร็อคกี้

Rocky (1976) | ร็อคกี้
Director: John G. Avildsen
Genres: Drama | Sport
Grade: A+
 
"ความสำเร็จของ Rocky คือการทำให้ร็อคกี้ได้กลับมาสู้ชีวิตสานต่ออาชีพนักมวยอีกครั้ง เฉกเช่นกับ Sylvester Stallone ที่ได้รับโอกาสพิสูจน์ตัวเองได้สู้ชีวิต ถ้าว่ากันตามตรงนี้คือหนังที่สะท้อนตัวตนของผู้เขียนบทจากชีวิตจริงร่วมด้วยส่วนหนึ่ง ฉะนั้นจะเพื่อใครก็ตามนี้คือหนังเพื่อ Sylvester Stallone ไม่ใช่เพื่อใครแต่เพื่อตัวเองเพื่อความพยายามของเขาที่ทุ่มหมดหน้าตัก"

วันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

Clickbait (TV Mini Series 2021) คลิกล่อตาย

Clickbait (TV Mini Series 2021) | คลิกล่อตาย
Genres: Crime | Drama | Mystery | Thriller
Grade: A-

Clickbait คือ การใช้คำหรือรูปภาพชวนให้สงสัยหรือจูงใจให้ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตคลิกเข้าไปอ่าน ทั้งที่เนื้อหาอาจไม่มีอะไรเลย แต่การพาดหัวทำให้คนหลงกลคลิกเข้าไปเพื่อเรียกยอดคนดูในเว็บไซต์ แล้วนี่เกี่ยวอะไรกับหนังเรื่องนี้ พูดถึงการหลอกลวงหรือสร้างข่าวให้คนสนสนหรือเปล่า นั่นเป็นส่วนหนึ่งของหนังที่ต้องการสื่อว่าโลกอินเทอร์เน็ตกับโลกชีวิตจริงมันคนละเรื่อง

วันเสาร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

The Suicide Squad (2021) เดอะ ซุยไซด์ สควอด

The Suicide Squad (2021) | เดอะ ซุยไซด์ สควอด
Director: James Gunn
Genres: Action | Adventure | Comedy | Sci-Fi
Grade: A

ส่วนตัวเชื่อว่า Suicide Squad (2016) ของผู้กำกับ David Ayer จะต้องมีฉบับที่ดีกว่านี้ แม้จะถูกปฏิเสธเกี่ยวกับการตัดต่อที่ไม่มีฉบับอื่นอีกแล้ว ซึ่งน่าเสียดายหากมีสิ่งที่ดีกว่านั้น แต่ถ้านี้คือที่สุดคงต้องยอมรับความจริงว่าหนังทำได้สนุกระดับกลางๆ การเล่าเรื่องค่อนข้างธรรมดา สิ่งที่ทำให้เด่นและน่าจดจำคือคาแรคเตอร์ตัวละครที่พยุงหนังให้รอดพ้นน้ำอยู่บ้าง

วันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

The Guilty (2021)

The Guilty (2021)
Director: Antoine Fuqua
Genres: Crime | Drama | Thriller
Grade: B

ฟอร์มหนังมาดีมาก แต่จะดีกว่าถ้าไปดู The Guilty (2018) หรือต้นฉบับ เพราะที่เห็นเป็นการรีเมคจนเสียแก่นความดั้งเดิม โดยเฉพาะความเงียบที่ไม่ควรมีเสียงดนตรีประกอบเข้าแทรก ยิ่งเงียบยิ่งเดาใจยากและยิ่งกดดัน ทว่าที่ฟังมีดนตรีคลุกเคล้าเกือบตลอดจนเป็นการปรุงแต่งให้คล้อยตามมากกว่าสถานการณ์พาไป

วันเสาร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2565

His House (2020) บ้านของใคร

His House (2020) | บ้านของใคร
Director: Remi Weekes
Genres: Drama | Horror | Thriller
Grade: A-

"ความเย็นชาที่แสนเครียด"

คู่รักสามีภรรยาผิวดำ โบล (Sope Dirisu) และ ริอัล (Wunmi Mosaku) ที่ต้องลี้ภัยสงครามจากประเทศซูดาน มาหาที่พักใหม่ที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งการอพยพเป็นไปด้วยความราบลื่นตามขั้นตอนกฎหมาย ทว่าการเป็นคนต่างถิ่นจากแอฟริการมาสู่ประเทศที่บอกว่าตัวเองเป็นผู้ดีจึงไม่ง่ายเช่นนั้น มิหนำซ้ำต้องเผชิญกับบาดแผลในใจกับการสูญเสียคนที่รัก

วันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2565

Kate (2021) เคท

Kate (2021) | เคท
Director: Cedric Nicolas-Troyan
Genres: Action | Adventure | Crime | Drama | Thriller
Grade: C+

มีความน่าสนใจหลายอย่างที่ทำให้อยากดู แต่พอได้สัมผัสกลายเป็นรสชาติเดิมๆ มีความอร่อยระดับหนึ่งและจืดพอสมควร ไม่กลมกล่อมชวนให้ชิมซ้ำ ซึ่งน่าเสียดายจากภาพรวมของหนังที่มีวัตถุดิบเหลือเฟือให้ใช้ แต่พอไม่ใช้หรือใช้ไม่ทั่วถึงจะมีสภาพไม่ต่างกับหนังแอ็คชั่นที่ลอกหนังเรื่องอื่นที่มาแนวๆนี้ซะส่วนใหญ่

วันเสาร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2565

Wolf Creek (2005) หุบเขาสยองหวีดมรณะ

Wolf Creek (2005) | หุบเขาสยองหวีดมรณะ
Director: Greg Mclean
Genres: Horror | Thriller 

มากับหนังที่นำเสนอได้ดีกับการท่องเที่ยวโลกกว้างที่เที่ยวนี้มีสยองและที่น่าสะเทือนใจเห็นจะเป็นว่าการอิงจากเรื่องจริงเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยว Wolf Creek ที่เกิดจากอุตกาบาตพุ่งชนจนเกิดเป็นแอ่งใหญ่เป็นภูเขารายรอบ ซึ่งเนื้อเรื่องมีอยู่ว่าที่ในประเทศออสเตรเลียจะมีข่าวว่าในทุกๆปีจะมีรายงานนักท่องเที่ยวสูญหายในขณะท่องเที่ยวตามอุทยานแห่งชาติซึ่งเป็นภูมิประเทศหุบเขา มีจำนวนมากถึง 30,000 คนต่อปี และีมีเพียง 90% เท่านั้นที่ถูกพบเจอภายในเดือนเดียวกับที่ถูกแจ้งหาย ส่วนอีก 10% นั้นหายสาบสูญอย่างไรร่องรอย อย่างไรก็ตามทีการหายไปเป็นประเด็นที่ยากเกินไปในการสำรวจค้นหาเพราะสถานที่มีขนาดกว้างขวาง แม้จะเป็นสภาพแวดล้อมโล่งโจ้งไร้ป่าไม้บดบังก็ตามทีแต่การจดจำหรือทิ้งร่องรอยให้หาเบาะแสนั้นไม่ต่างอะไรกับการงมเข็มใต้มหาสมุทรที่เปลี่ยนเป็นหาเข็มในดงหุบเขา

วันพุธที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2565

Creep 2 (2017) สยอง 2

Creep 2 (2017) | สยอง 2
Director: Patrick Brice
Genres: Crime | Drama | Horror | Thriller
Grade: A+

ถ้าคิดว่า Creep (2014) ภาคแรกทำออกมาเจ๋งแล้ว ภาคต่อจะสนุกและพลิกแพลงมากกว่ากันหลายเท่า ซึ่งพล็อตเรื่องยังคงเช่นเดิมที่เล่าถึง โจเซฟ (Mark Duplass) จ้างคนมาถ่ายวีดีโอชีวิตประจำวันเพื่อทำเป็นสารคดี โดยผู้มาถ่ายวีดีโอให้คือ ซาร่า (Desiree Akhavan) สาวยูทูปเปอร์ที่เหนื่อยใจกับผลงานจนมาลองกับงานชิ้นนี้เป็นครั้งสุดท้าย

วันเสาร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2565

Creep (2014) สยอง

Creep (2014) | สยอง
Director: Patrick Brice
Genres: Horror | Thriller
Grade: B+

หนังนอกกระแสแนว Found footage ที่มีพล็อตชวนน่าเห็นใจ เมื่อ อาร์รอน (Patrick Brice) ได้รับการว่าจ้างให้มาถ่ายวีดีโอบันทึกชีวิตประจำวันให้กับ โจเซฟ (Mark Duplass) ผู้ซึ่งป่วยเป็นเนื้องอกในสมองและมีเวลาเหลืออยู่บนโลกแค่ 2 เดือน ก่อนจากไปคงจะดีหากลูกๆหรือครอบครัวมาเห็นช่วงชีวิตสุดท้ายของเขาที่อยากใช้ชีวิตร่วมกัน

วันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2565

Fear Street: Part Three - 1666 (2021) ถนนอาถรรพ์ ภาค 3 : 1666

Fear Street: Part Three - 1666 (2021) | ถนนอาถรรพ์ ภาค 3 : 1666
Director: Leigh Janiak
Genres: Horror | Mystery
Grade: B+

ผสานรอยต่อระหว่าง Fear Street: Part One - 1994 (2021),Street: Part Two - 1978 (2021) และ Fear Street: Part Three - 1666 (2021) ให้เชื่อมเข้าหากันอย่างแนบเนียนเพื่อสรุปสิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นจนจบ โดยใช้วิธีเล่าเรื่องจากปัจจุบันไปสู่อดีต แล้วอดีตมาสู่ปัจจุบัน

วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2565

Fear Street: Part Two - 1978 (2021) ถนนอาถรรพ์ ภาค 2 : 1978

Fear Street: Part Two - 1978 (2021) | ถนนอาถรรพ์ ภาค 2 : 1978
Director: Leigh Janiak
Genres: Drama | Horror | Mystery
Grade: B+

ต่อเนื่องมาจาก Fear Street: Part One - 1994 (2021) หลังจากที่พยายามสู้กับเหล่านักฆ่าที่แม่มด"ซาร่าเฟียร์"ส่งมาเอาชีวิต จนคิดว่าหนีรอดได้สำเร็จ ทว่าไม่ใช่เช่นนั้นเพราะทุกอย่างยังไม่จบและทุกคนยังถูกไล่ล่าอีกครั้ง วิธีที่จะยับยั้งได้คือการตามหาคนที่เคยรอดชีวิตมาก่อนเพื่อหาวิธีรอดจากคำสาปที่ไม่รู้จบในปี 1978

วันพฤหัสบดีที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2565

Fear Street: Part One - 1994 (2021) ถนนอาถรรพ์ ภาค 1 : 1994

Fear Street: Part One - 1994 (2021) | ถนนอาถรรพ์ ภาค 1 : 1994
Director: Leigh Janiak
Genres: Drama | Horror | Mystery
Grade: B

ผิวเผินคือหนังสยองขวัญไล่เชือดเรื่องหนึ่งที่มีสูตรสำเร็จตายตัว แต่จุดเด่นคือการนำสูตรสำเร็จมายำใหม่ให้มีมิติมากขึ้น โดยอ้างว่าการเกิดเหตุฆาตกรรมจากเหล่านักฆ่าล้วนมาจากคำสาปของแม่มด ซึ่งเป็นแม่มดนามว่า"ซาร่าเฟียร์"ที่ถูกเล่าขานจากลูกหลานจนเป็นเรื่องเล่าประจำเมือง

วันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2565

Brand New Cherry Flavor (TV Mini Series 2021) รสแค้นแสนหวาน

Brand New Cherry Flavor (TV Mini Series 2021) | รสแค้นแสนหวาน
Director: Nick Antosca, Lenore Zion
Genres: Drama | Horror | Mystery | Thriller
Grade: B+

จุดเริ่มต้นการเป็นผู้กำกับหนังต้องเริ่มจากการเป็นที่ต้องตาของโปรดิวเซอร์หรือผู้กำกับคนดังที่อยากปั้นเด็กในสังกัด ครั้งนี้ ลิซ่า โนวา (Rosa Salazar) คือผู้กำกับสาวมือใหม่ที่เป็นหนึ่งในนั้นที่บังเอิญหนังสั้นที่ตัวเองส่งเป็นที่ถูกใจแก่ ลู เบิร์ก (Eric Lange) จนอยากซื้อลิขสิทธิ์เข้าสังกัด ทว่าความไม่อยากเสียความฝันจึงยอมมอบหนังสั้นให้ภายใต้เงื่อนไขต้องเป็นผู้กำกับเองเท่านั้น แต่กลายเป็นว่าผิดเงื่อนไขจนตัวเองไม่มีสิทธิ์ใดๆกับหนังของตัวเอง ทำให้แก้แค้นด้วยการไปหา โบโร (Catherine Keener) เพื่อทำไสยศาสตร์ก่อนจะเป็นเรื่องวุ่นวายให้เกิดคนตายมากมาย

วันอาทิตย์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2565

The Mule (2018) เดอะ มิวล์

The Mule (2018) | เดอะ มิวล์
Director: Clint Eastwood
Genres: Crime | Drama | Thriller
Grade: A-

"ตาซื้อได้ทุกอย่าง แต่ซื้อเวลาไม่ได้"

มีหลายเรื่องราวเกิดขึ้นกับในหนังเรื่องนี้ แต่สิ่งที่เป็นปัญหามากที่สุดคือชีวิตครอบครัวของ (Clint Eastwood) ที่พังเพราะเขาคนเดียว ด้วยเหตุนี้จึงต้องอยู่คนเดียวเพียงเพราะเป็นคนชอบงานและติดสังคมภายนอก ซึ่งเทียบสังคมภายในหรือครอบครัวแล้วแทบเป็นอีกโลกหนึ่งไปเลย

วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2565

The Swarm (2020) ตั๊กแตนเลือด

The Swarm (2020) | ตั๊กแตนเลือด
Director: Just Philippot
Genres: Drama | Fantasy | Horror
Grade: B-

เกริ่นก่อนว่าไม่ใช่ตั๊กแตนกินคนในแบบหนังฉลามกินคนที่จะกระโดดงับไปทั้งตัว แต่เป็นการกินในลักษณะของความบ้างานจนเกินตัว ซึ่งพล็อตเรื่องจะเน้นไปที่ความสัมพันธ์ครอบครัวที่หารายได้จากตั๊กแตน โดยมีการเลี้ยงในฟาร์มเพื่อส่งขาย ทว่าต้องประสบปัญหาหลายอย่างจนบังเอิญตั๊กแตนได้กินเลือด นั่นทำให้ตั๊กแตนเกิดการเจริญเติบโตที่รวดเร็วเกินคาด

วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2565

Come and See (2019) เอหิปัสสิโก

Come and See (2019) | เอหิปัสสิโก
Director: ณฐพล บุญประกอบ
Genres: Documentary
Grade: B+

ตอนเกิดเรื่องเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายก็ไม่ได้ถึงกับติดตามข่าวมากนัก รับรู้แค่ว่ามีการแสดงถึงการทำบุญที่โดดเด่นกว่าทุกวัดและใช้แรงศรัทธาในการซื้อใจให้มาร่วมทำบุญ แน่นอนว่ายิ่งมีคนทำบุญเยอะก็ยิ่งมีทรัพย์เพิ่มตามไปด้วย แต่นั้นทำให้เกิดความรู้สึกที่เกือบแยกไม่ออกระหว่างทำบุญกับธุรกิจ

วันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2565

Godzilla: The Planet Eater (2018) ก็อดซิลล่า จอมเขมือบโลก

Godzilla: The Planet Eater (2018) | ก็อดซิลล่า จอมเขมือบโลก
Director: Hiroyuki Seshita, Kôbun Shizuno
Genres: Animation | Action | Adventure | Sci-Fi
Grade: C+

กว่าดูจบครบไตรภาคต้องใช้เวลานานพอสมควร ไม่ใช่ระยะเวลาการเล่าเรื่อง แต่เป็นความรู้สึกส่วนตัวที่ไม่สามารถดูต่อเนื่องทีเดียวเพราะสไตล์เรื่องค่อยเป็นค่อยไปจนรู้สึกเหน็ดเหนื่อย จึงเป็นเหตุให้ลืมดูภาคนี้หลังจากอดทนกับสองภาคแรก ทำให้พลาดบางอย่างที่น่าสนใจ แม้จะชอบบ้างไม่ชอบบ้างก็ตามที

วันอาทิตย์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2565

Godzilla: City on the Edge of Battle (2018) ก็อดซิลล่า สงครามใกล้ปะทุ

Godzilla: City on the Edge of Battle (2018) | ก็อดซิลล่า สงครามใกล้ปะทุ
Director: Hiroyuki Seshita, Kôbun Shizuno
Genres: Animation | Action | Adventure | Sci-Fi
Grade: B

ต่อเนื่องจากภาค Godzilla: Planet of the Monsters (2017) ที่ดูเหมือนว่าก็อดซิลล่าที่เคยรู้จักไม่ได้มีขนาดและพละกำลังอย่างที่ตัวเองเห็นมาก่อนอีกต่อไป ไม่ว่าจะขนาดที่มหึมาหลายเท่าและพลังที่ทำลายทุกอย่างได้ราบเป็นหน้ากองในทีเดียว ความน่ากลัวได้ยกระดับจากพลังและขนาดจนไม่น่ามีสิ่งใดต่อกรได้ ซึ่งนั้นคือตอนจบอันแสนสิ้นหวังในภาคแรก

วันพุธที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2565

Godzilla: Planet of the Monsters (2017) ก็อดซิลล่า ดาวเคราะห์แห่งสัตว์ประหลาด

Godzilla: Planet of the Monsters (2017) | ก็อดซิลล่า ดาวเคราะห์แห่งสัตว์ประหลาด
Directors: Hiroyuki Seshita, Kôbun Shizuno
Genres: Animation | Action | Adventure | Sci-Fi
Grade: B-

เรื่องราวอีกมุมหนึ่งของก็อดซิลล่าที่เหมือนตัวร้าย มีหน้าที่ทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า โดยเฉพาะสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นทั้งหมด ไม่มีสิ่งใดต่อกรหรือสยบก็อดซิลล่าได้ ไม่เว้นชาวนอกโลกหรือมนุษย์ต่างดาวที่มีข้อตกลงกับมนุษย์ร่วมกันจัดการก็อดซิลล่าเพื่อแลกกับการได้อยู่อาศัยบนโลก สิ่งสุดท้ายที่ทำได้คือหนีออกจากโลกเพื่อหาดาวดวงใหม่ที่ไม่มีก็อดซิลล่าอีกต่อไป ทว่าก็มิอาจปฏิเสธได้ว่าโลกคือที่มนุษย์เป็นเจ้าของ
รูปภาพของฉัน
เกิดปี 2538 (1995) แค่คนที่เรียนจบสาธารณสุขศาสตร์ แต่ชอบดูหนังเป็นชีวิตจิตใจ ที่เขียนรีวิวเพราะอยากแบ่งปันความรู้สึกที่ตัวเองมีให้อ่าน และกำลังทำช่อง YouTube เกี่ยวกับหนังสือ(การ์ตูนเป็นหลัก)