แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 1989 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 1989 แสดงบทความทั้งหมด

Shocker (1989) ช็อคเกอร์ ถึงตายก็ไม่หายบ้า

Shocker (1989) | ⭐⭐⭐
Director: Wes Craven
Genres: Comedy | Horror | Thriller

เห็นผ่านตามาตั้งหลายที แต่ไม่คิดจะดูสักครั้งเพราะรู้สึกไม่น่าจะเท่าไร จนได้ดูนี่แหละถึงเข้าใจไปอีกแบบเพราะความคัลท์ที่เปลี่ยนจากสยองขวัญจนเกือบเป็นแฟนตาซีได้เลย

House III: The Horror Show (1989) บ้านอาถรรพ์ 3

House III: The Horror Show (1989) | ⭐⭐1/2
Director: James Isaac, David Blyth
Genres: Horror

ภาคต่อลำดับที่สามที่ไม่เชื่อมโยงภาคก่อนๆ กับเรื่องของนายตำรวจลูคัส แม็คคาธี่ (Lance Henriksen) ที่สามารถจับฆาตกรจอมโหดนามว่าแม็กซ์ (Brion James) เข้าคุกได้สำเร็จ และถูกส่งตัวเข้ารับโทษประหาร ทว่าความแค้นเหลือล้นทำให้กลับมาอีกครั้งเป็นวิญญาณร้ายที่ต้องการเอาคืนอย่างโหดเหี้ยม

Black Rain (1989) ฝนเดือด

Black Rain (1989) | ⭐⭐⭐
Director: Ridley Scott
Genres: Action | Crime | Drama | Thriller

สองนายตำรวจนิวยอร์ค ได้แก่ นิค (Michael Douglas) และ ชาร์ลี (Andy Garcia) ได้รับภารกิจพาผู้ร้ายนามว่า ซาโต้ (Yusaku Matsuda) ส่งตัวให้ทางตำรวจญี่ปุ่น แต่เกิดเหตุการณ์ส่งตัวผิดพลาดทำให้หลบหนีไปได้ ฉะนั้นจึงเป็นหน้าที่ของทั้งสองต้องตามคนร้ายเพื่อกู้ศักดิ์ศรีคืนมา

Back to the Future Part II (1989) เจาะเวลาหาอดีต ภาค 2

Back to the Future Part II (1989) | ⭐1/2
Director: Robert Zemeckis
Genres: Adventure | Comedy | Sci-Fi

ภาคแรกจบไปซะแบบนั้นแล้วจะไม่ให้มีภาคต่อคงเป็นไปไม่ได้ในเมื่อลงทุนไป 14 ล้านดอลลาร์สหรัฐแต่ได้กำไรมาถึง 381 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อันจริงตั้งใจทำเป็นไตรภาคเดินเรื่องรวดเดียวแบบไม่ต้องพักต่างหาก นี่สิถึงจะมันส์ขนาดแท้ กลับมาเข้าที่เนื้อเรื่องที่สานต่อจากตอนจบภาคแรกที่ว่าด้วยดร.เอ็มเมท บราวน์ (Christopher Lloyd) ใช้รถเจาะเวลาไปอนาคตในปี 2015 ก่อนจะกลับมาในปี 1985 อีกครั้งเพื่อมาบอกมาร์ตี้ (Michael J. Fox) เรื่องลูกในอนาคตที่กำลังจะพบปัญหาชิ้นใหญ่ที่จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตไป ทำให้งานนี้ทั้งด็อกทั้งมาร์ตี้ต้องเดินทางไปอีก 30 ปีข้างหน้าเพื่อไปแก้ไขปัญหานี้ให้จบลงด้วยดี ทำให้การผจญภัยครั้งใหม่ได้เริ่มขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว ทว่าปัญหาของการไปอนาคตครั้งนี้ได้ส่งผลไปยังอดีตจนผิดเพี้ยนไปจากเดิมอย่างมหาศาลเมื่อด็อกกับมาร์ตี้ได้ย้อนกลับมาเวลาเดิมในปี 1985 แล้วพบว่าทุกอย่างผิดปกติไปหมดทั้งบ้านเมืองที่ตอนนี้ถูกคุกคามจากเหล่าอาชญากรรมจนไร้วี่แววของความสงบสุข โรงเรียนแหล่งความรู้ถูกทำลาย สังคมมีความป่าเถื่อน แต่เพราะอะไรแม้แต่ด็อกยังแปลกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะมันไม่น่าจะเป็นไปได้เลยสักนิดเดียว จะมีเบาะแสอยู่อย่างคือผู้นำแห่งโลกความรุนแรงนี้คือบีฟ เทนเนนท์ (Thomas F. Wilson) แล้วทำไมเขาคนนี้ถึงกลายเป็นผู้นำที่มีอำนาจรวยล้นฟ้าได้ทั้งที่หลังจากกลับมาจากอดีตพร้อมแก้ไขปัญหาไปแล้วก่อนหน้านี้ยังเป็นคนใช้อยู่เลย จึงเป็นเหตุสงสัยที่ด็อกกับมาร์ตี้ต้องช่วยกันหาเบาะแสตัวการว่าทำไมเวลาถึงเปลี่ยนแปลงไปได้ขนาดนี้ ทั้งยังต้องสืบให้ได้ว่าควรทำยังไงจึงจะเปลี่ยนเวลานี้ให้กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง กระนั้นมันคงไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะเวลาไม่เคยหยุดนิ่ง และพวกเขาก็หยุดคิดเฉยๆไม่ได้ด้วย

Kickboxer (1989) สังเวียนแค้น สังเวียนชีวิต

Kickboxer (1989) | สังเวียนแค้น สังเวียนชีวิต | C+
Director: Mark DiSalle,David Worth
Genres: Action | Sport | Thriller

อนึ่งน่าดูเพราะบรรยากาศช่วงแรกของหนังที่มาถ่ายทำกันที่ประเทศไทยให้สมกับชื่อหนัง ทำให้เห็นกรุงเทพฯสมัยก่อนหน้าตาเป็นยังไง รวมไปถึงการพูดถึงศิลปะป้องกันตัวอย่างมวยไทย แน่นอนว่าไม่มีใครเข้ากับคุณลักษณะนี้ได้ดีเท่า Jean-Claude Van Damme ที่พิสูจน์ทักษะฝีมือและแจ้งเกิดมาแล้วใน Bloodsport (1988)

Honey I Shrunk The Kids (1989) 4 จิ๋วพลิกมิติมหัศจรรย์

Honey I Shrunk The Kids (1989) | 4 จิ๋วพลิกมิติมหัศจรรย์
Director: Joe Johnston
Genres: Adventure | Comedy | Family | Sci-Fi
Grade: B+

มาลองเปลี่ยนบรรยากาศสำรวจโลกจิ๋วดูบ้าง โดยเฉพาะโลกในมุมที่เราไม่เคยสัมผัสหรือเห็นกันแบบชัดๆมาก่อน เมื่อสิ่งของสามารถถูกย่อส่วนให้เล็กนิดเดียว แต่จะเป็นยังไงหากเราถูกย่อส่วนเสียเอง แน่นอนว่าจะต้องเป็นอะไรที่สนุกไม่น้อย การได้สำรวจโลกขนาดเล็กที่มองผ่านตาอาจดูธรรมดา แล้วถ้าเกิดได้เข้าไปสัมผัสจะกลายเป็นเรื่องราวผจญภัยที่ตื่นเต้นไม่น้อยทีเดียว

Lock Up (1989) ล็อคอำมหิต

Lock Up (1989) | ล็อคอำมหิต | C+
Director: John Flynn
Genres: Action | Crime | Drama | Thriller

แฟรงค์ ไลโอเน่ (Sylvester Stallone) นักโทษที่จะพ้นโทษในอีก 6 เดือนข้างหน้า แต่ช่วงเวลาที่รอคอยต้องพังทลายลงเพราะถูกพาไปจองจำในคุกสุดโหดอีกสถานที่หนึ่งตามคำสั่งของ วาร์เดน ดรัมกูล (Donald Sutherland) ผู้คุมเรือนจำที่เป็นอริแค้นเพื่อให้ทนทุกข์ทรมานกับความผิดหวัง ทำทุกวิถีทางให้แฟรงค์อยู่ไม่เป็นสุขในฐานะนักโทษที่ไม่มีทางเลือก นั่นทำให้แฟรงค์ต้องสู้เพื่อความอยู่รอดและเสรีภาพ

บุญชู 2 น้องใหม่ (1989)

บุญชู 2 น้องใหม่ (2532)
Director: บัณฑิต ฤทธิ์ถกล
Genres: Comedy
Grade: A+

"เปิดเผยเนื้อหาสำคัญ"

บางก็บอกว่าภาคนี้ดีกว่าภาคแรก บางก็ว่าดีที่สุดในหลายๆภาค แต่โดยส่วนตัวคิดว่าจะภาคไหนก็ล้วนดีกันทั้งหมด ถ้าจะคัดความโดดเด่นของภาคนี้คงไม่พ้นการเล่าเรื่องได้กระชับกว่าภาคแรกรวมถึงการยิงมุขที่นับว่าเด็ดพอตัว แต่อะไรนั้นตัวหนังยังคงคอนเซ็ปต์เดิมในการเล่าเรื่องสไตล์ธรรมดาไม่หวือหวาเกินกว่าจะเหมาะสำหรับเฉพาะกลุ่มจนเรียกได้ว่าดูสบายอารมณ์ไม่เครียดจนเกินไปและไม่แฮปปี้จนเกินตัว หลายสิ่งหลายอย่างเกี่ยวกับเนื้อหาต่างล้วนสะท้อนถึงสังคมและปรุงแต่งด้วยข้อคิดสอนคนมิใช่น้อย จากหนก่อนเรื่องราวหนุ่มเลือดสุพรรณนามว่าบุญชู (สันติสุข พรหมศิริ) จากบ้านมากรุงเทพฯเพื่อมาสอบเอนทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัย แต่สุดท้ายกลับพลาดไม่ติดดังฝันจนแม่บุญล้อม (จุรี โอศิริ) แม่ของบุญชูต้องไหว้วานคนที่มีประสบการณ์เชี่ยวชาญมาช่วย ซึ่งก็คือคุณแจ่มใส (ท่าน ส. อาสนจินดา) บรรณารักษ์ห้องสมุดอดีตมหาเก่ามาช่วยอบรมขัดเกลาเสริมความรู้ให้สอบติดสู้กับคนอื่นได้ โดยแม่บุญล้อมก็ตั้งเป้าไว้สูงว่าถ้าสอบไม่ติดอีกต้องกลับสุพรรณทำไร่ทำนากลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม ดังนั้นมีรึที่บุญชูจะยอมแพ้ถูกทำลายความฝันที่อยากจะเข้าเรียนเกษตร โดยงานนี้ก็ได้กำลังใจอย่างล้นเปี่ยมจากเพื่อนก๊วนคราวก่อนที่ตอนนี้ได้เรียนมหาวิทยาลัยกันไปก่อนแล้วจากการภาคแรกที่ต่างคนต่างมาสอบแข่งขันเข้าคณะโน้นมหาวิทยาลัยนี้ตามความชอบของตัวเองแล้วสอบติด(น่าเสียดายบุญชูที่สอบไม่ติดแต่ก็ไม่มีใครสมหวังเสมอไป คนเราต้องล้มกันบ้างเพื่อเรียนรู้ในการลุก) ในที่นี้จะมีหยอย (เกียรติ กิจเจริญ) อารมณ์ดีตลอดเวลาเป็นคนเสียงนำเสมอ , คำมูล (กฤษณ์ ศุกระมงคล) เจ้าแห่งปลากระป๋อง , นรา (อรุณ ภาวิไล) เรื่องการเมืองยกให้คนนี้ , ไวยากรณ์ (วัชระ ปานเอี่ยม) คนนี้ได้แพทย์แต่ไม่รักษาคนเพราะได้สัตว์แพทย์ , เฉื่อย (นฤพนธ์ ไชยยศ) ใครคุยกับคนนี้รับรองยาว ไม่ใช่เรื่องยาวพูดเยอะนะ แต่การออกเสียงแต่ละทีนี้ย๊าวยาว และขาดไม่ได้สำหรับบุญชูคือโมลี (จินตหรา สุขพัฒน์) ได้ต่อทางด้านวารสารเพื่อไปช่วยมานี (ญาณี จงวิสุทธิ์)  พี่สาวทำงานในอนาคต

Intruder (1989) อาคันตุกะมืด

Intruder (1989) | อาคันตุกะมืด
Director: Scott Spiegel
Genres: Horror | Thriller
Grade: C+

จะไม่มีอะไรน่าสนใจไปกว่าการเห็นชื่อ Sam Raimi จ้าวแห่ง Evil Dead มาปรากฎในหนังเรื่องนี้ แต่ไม่ได้เป็นผู้กำกับหรือโปรดิวเซอร์เพราะมาเป็นนักแสดงนั้นเอง ซึ่งก็พวงคนอื่นๆอย่าง Ted Raimi,Dan Hicks และ Bruce Campbell มาร่วมแจมกันด้วย แล้วตัวผู้กำกับ Scott Spiegel เองไม่ใช่ใครไหนได้นอกจากผู้ช่วยตอนทำ Evil Dead จากที่เห็นรายชื่อแค่นี้ทำให้คอบรรดาหนังสยองขวัญสนใจกันอยู่ไม่น้อย ซึ่งความสยองชวนแหละเลือดสาดอะไรทำนองนี้ต้องบอกว่าพอตัวเลยทีเดียว

DeepStar Six (1989) อสูรกายลึกสุดทะเล

DeepStar Six (1989)
อสูรกายลึกสุดทะเล
Director: Sean S. Cunningham
Genres: Action | Horror | Sci-Fi | Thriller
Grade: C-

ในช่วงปีเดียวกันนั้นเองได้มีหนังที่เกี่ยวกับสำรวจใต้ท้องทะเลเหมือนกัน คือเรื่อง The Abyss (1989) ที่กำกับโดย James Cameron ผู้ให้กำเนิดคนเหล็ก The Terminator (1984) เช่นเดียวกันกับเรื่องนี้ที่เป็นผู้ให้กำเนิด Friday the 13th (1980) ทว่าต่างเป็นผู้กำกับที่สร้างหนังตำนานทั้งคู่ก็ไม่อาจพิสูจน์ฝีมือได้จริงด้วยเรื่องเดียว เมื่อเทียบคุณภาพหนังในปีเดียวกันทำให้เห็นชัดว่าอะไรคือตำนานและอะไรคือตำมั่ว(ออกแนวเละเทะ) กระนั้นต่อให้ไม่เปรียบเทียบยังมองออกถึงความหยาบของหนังที่ไม่ดีพอในเรื่องของบทเนื้อเรื่องและตัวละครที่มิติด้านเดียวเกินไป ใครเป็นพระเอก ใครเป็นนางเอก ใครเป็นตัวประกอบ ให้มาแบบง่ายๆ นี่ตอนแรกเกือบจะน่าสนใจอยู่แล้วเชียว

The Gods Must Be Crazy II (1989) เทวดาท่าจะบ๊องส์ 2

The Gods Must Be Crazy II (1989)
เทวดาท่าจะบ๊องส์ 2
Director: Jamie Uys
Genres: Comedy
Grade: B+

หลังจากภาคแรกได้เข้าฉายก็กลายเป็นความสำเร็จสร้างชื่อเสียงให้กลายเป็นที่น่าจดจำในทันทีกับซี (N!xau) ตัวละครคนป่าที่ตัวดำแต่มีความใสซื่อบริสุทธิ์ตามประสาคนป่าที่ไม่รู้จักคำว่าเจริญตามแบบสังคมเมืองที่มีการพัฒนา ตัวละครอย่างซีได้กลายเป็นความโด่งดังอย่างมากโดยเฉพาะในประเทศไทยบ้านเราจนขนาดที่ว่าใช้แสดงนำในโฆษณาเลยทีเดียว ซึ่งโฆษณาดังกล่าวคือกระเบื้องห้าห่วงที่ทำออกมา 2 แบบ โดยแบบแรกจะเป็นการหยิบพล็อตหนังภาคแรกที่เกี่ยวกับขวดโค้กตกลงมาจากเครื่องบินเปลี่ยนเป็นกระเบื้องตกลงมาแทน ด้วยความที่ไม่รู้ว่ากระเบื้องคืออะไรจึงลองใช้ก้านธนูยิงแต่ไม่เข้า เอามันขว้างใส่ก็ไม่เป็นอะไร พอรู้ว่าเจ้าสิ่งนี้ไม่ทำอันตรายใดๆจึงขึ้นไปเหยียบเล่นก่อนจะมีแรดวิ่งเข้ามา จังหวะนี้เองที่ซีหรือที่นิยมเรียกกันว่านิเชา(คนส่วนใหญ่จำชื่อจริงมากกว่าชื่อตัวละครในหนัง)ใช้กระเบื้องบังตัวเองไว้และรอดพ้นจากแรดที่วิ่งเข้ามา ส่วนแบบที่สองเป็นการบอกถึงวิถีชีวิตที่เพิ่มความเจริญเข้ามา ทั้งจานดาวเทียม โทรทัศน์ มือถือ เครื่องซักผ้า ที่ล้วนตกลงมาจากเครื่องบิน ทว่าสิ่งเหล่านี้ไม่เป็นประโยชน์ต่อนิเชาเพราะใช้ไม่เป็น แต่มีอย่างเดียวที่ใช้เป็นคือกระเบื้องตราห้าห่วงที่เอาไว้ใช้ยืนและให้คนอื่นแบกเพื่อจะได้เอานิ้วอุดรูที่หลังคารั่วได้(เป็นทั้งมุขขำขันและเสียดสีสติปัญญาในเชิงสร้างสรรค์) ที่สำคัญพูดภาษาไทยด้วยประโยคว่า"ห้าห่วง ทนหายห่วง"เป็นการปิดท้ายโฆษณา

Dead Calm (1989) ตามมาสยอง

Dead Calm (1989)
ตามมาสยอง
Director: Phillip Noyce
Genres: Horror | Thriller
Grade: B+
 
นี่คือหนังที่มีความ Underrate หรือหนังดีมีคุณภาพที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักกันมากนัก สาเหตุที่มั่นใจว่าเป็นเช่นนั้นส่วนหนึ่งมาจากพล็อตเรื่องที่มีตัวละครหลักทั้งหมดเพียง 3 ตัวละครเท่านั้น ที่สำคัญยังดำเนินเรื่องภายใต้ข้อจำกัดของฉากที่มีแค่เรือกับทะเล เหตุการณ์จะเริ่มขึ้นในคืนที่โจ อินแกรม (Sam Neill) กลับจากงานราชการทหารและกำลังรอคนรักหรือเรย์ อินแกรม (Nicole Kidman) มารับที่สถานีรถไฟ ทว่าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นเมื่อเรย์ที่กำลังขับรถเกิดเสียหลักจนต้องเสียแดนนี่ (Joshua Tilden) ลูกชายตัวน้อยของเธอ การสูญเสียในครั้งนี้ทำให้เรย์เก็บฝังใจอยู่ตลอดเวลาในความผิดพลาดของตัวเอง ทำให้โจต้องหาวิธีผ่อนคลายด้วยการพานั่งเรือใช้ชีวิตอยู่กลางทะเลสักระยะหนึ่งเผื่อว่าจะทำให้เรย์รู้สึกปล่อยวางจากอดีตลงบ้าง และทุกอย่างไปได้ดีกับการใช้ชีวิตบนเรือเสมือนบ้านที่มีสะน้ำแอ่งใหญ่จนกระทั่งเจอเรืออีกลำที่กำลังจม ระหว่างเรือของพวกเขากับเรือที่ใกล้จมได้มีชายคนหนึ่งกำลังพายเรือชูชีพเข้ามาหาด้วยอาการแตกตื่น ชื่อของเขาคือฮิวอี (Billy Zane) และต้องการบอกว่าเรือลำนั้นไม่มีเหลือใครมีชีวิตรอด อย่าได้ไปยุ่งกับเรือลำนั้นเด็ดขาด

Pet Sematary (1989) กลับมาจากป่าช้า

Pet Sematary (1989) | กลับมาจากป่าช้า | B
Director: Mary Lambert
Genres: Fantasy | Horror | Thriller
"เปิดเผยเนื้อหาสำคัญ"

นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ดัดแปลงมาจากนิยายของ Stephen King ที่มีตัวเขาโดดลงมาเขียนเป็นบทหนังให้กับมือแถมยังแสดงในเรื่องเป็นตัวประกอบในบทบาทหลวงที่โผล่มาให้เห็นแวปๆอีกด้วย จึงไม่แปลกใจที่กลิ่นอายของหนังจะหนักแน่นทางความรู้สึกมากกว่าจะบอกว่านี่คือหนังสยองขวัญเพียวๆตามตลาด โดยเนื้อเรื่องได้เกิดขึ้นที่ครอบครัวหนึ่งย้ายบ้านมายังที่สงบจากผู้คนโดยมีหลุยส ์(Dale Midkiff),ราเชล (Denise Crosby) ภรรยาของเขา พร้อมลูกอีก 2 คน คือเอลลี่ (Blaze Berdahl) และเกจ (Miko Hughes) ทั้งครอบครัวต่างมาอาศัยที่บ้านใหม่อย่างสงบราวนั่งติดกับธรรมชาติ และเผอิญแถวนั้นมีเพื่อนบ้านอยู่คนหนึ่งใกล้ๆ คือจัดด์ แครนดอล (Fred Gwynne) เป็นตาลุงอยู่บ้านตรงข้ามที่อยากเข้ามาทำความรู้จักเช่นฉันท์มิตร ทั้งยังอาสาของทัวร์เล่ารายละเอียดสถานที่แห่งนี้ว่าเป็นยังไงมายังไงบ้าง รวมถึงข้อควรระวังเกี่ยวกับถนนที่มีรถบรรทุกวิ่งเร็วตลอดสาย และจัดด์ได้ให้ความสนใจไปกับการเล่าเรื่องสุสานสัตว์ที่เป็นแหล่งรวมศพสัตว์เลี้ยงต่างๆมากมายมารวมเอาไว้ ซึ่งส่วนใหญ่ตายเพราะอุบัติเหตุจากถนนเส้นดังกล่าวที่มีรถบรรทุกวิ่งด้วยความเร็วตลอดสาย

Godzilla vs. Biollante (1989) ก็อตซิลล่าผจญต้นไม้ปีศาจ

Godzilla vs. Biollante (1989) | ก็อตซิลล่าผจญต้นไม้ปีศาจ | B
Director: Kazuki Ohmori
Genres: Action | Sci-Fi | Thriller

น่าแปลกที่สุดกับสัตว์ประหลาดภาคนี้ที่เมื่อลองไปเทียบกับภาคก่อนหน้านี้จะเห็นความผิดปกติโดยสิ้นเชิงราวกับยุคสมัยถูกเปลี่ยนแปลงไปแล้วโดยเฉพาะเอฟเฟคที่เนรนิตไบโอเลนเต้สัตว์ประหลาดในภาคนี้ได้อย่างสะดุดตาและตระการยิ่งกว่าตัวใดๆที่คุ้นเคย แต่จะอะไรคงไม่แปลกเท่าก่อนจะสร้างไบโอเลนเต้ให้มีตัวมีตนได้นั้นมาจากการคัดเลือกประกวดของประชาชนที่ทาง Toho ได้ประการให้ส่งไอเดียก่อนจะได้ผู้ชนะซึ่งตัวที่ถูกใจดันเป็นสิ่งมีชีวิตแหวกแนวกว่าภาคก่อนๆ เพราะอะไรนั้นเจ้าตัวนี้เป็นพืชไม่ใช่สัตว์ ต้องเรียกว่าแปลกเพราะปกติจะเป็นสัตว์กันไปหมดหรือหุ่นยนต์บ้างปะปนกันไป แต่นี้คือสิ่งมีชีวิตอาศัยน้ำ อากาศ และแสงแดดในการดำรงชีวิตแถมเดิมที่ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติหากเกิดขึ้นจากฝีมือมนุษย์ที่ทดลองทำการตัดต่อพันธุกรรมด้วยการนำเซลล์ก็อตซิลล่าที่ตกค้างจากศึก Godzilla 1985: The Legend Is Reborn (1984) เอามาใส่ดอกกุหลาบก่อนที่ท้ายที่สุดจะกลายพันธู์โตอย่างรวดเร็วและมีชีวิตกลายเป็นสัตว์ประหลาดขนาดยักษ์ที่ปรากฎในสภาพดอกไม้ขนาดมหึมาที่คลับคล้ายจะสื่อจตถึงก็อตซิลล่าได้ราวกับเป็นญาติพี่น้องกันอีกด้วย ทว่าอีกตัวหนึ่งเป็นสัตว์อีกตัวเป็นพืชก็คงไม่ต่างกับญาติห่างๆระหว่างเผ่าพันธุ์ที่สุดท้ายต้องสู้ตามสัญชาตญาณ
รูปภาพของฉัน
เกิดปี 2538 (1995) แค่คนที่เรียนจบสาธารณสุขศาสตร์ แต่ชอบดูหนังเป็นชีวิตจิตใจ ที่เขียนรีวิวเพราะอยากแบ่งปันความรู้สึกที่ตัวเองมีให้อ่าน และกำลังทำช่อง YouTube เกี่ยวกับหนังสือ(การ์ตูนเป็นหลัก)