
Piranha II: The Spawning (1982) | ⭐
Director: James Cameron, Ovidio G. Assonitis, Miller Drake
Genres: Horror | Sci-Fi | Thriller
กาลครั้งหนึ่งในวัยเด็กจำได้ว่าเคยดูหนังที่มีฉากปลาบินมากัดหน้าคนได้ แต่ส่วนอื่นใดในหนังจำไม่ได้เลย ก่อนจะโตขึ้นถึงรู้ว่าคือภาคต่อของ Piranha (1978) พร้อมกับคำครหาที่ว่าหนังห่วย และยังมีส่วนทำให้ James Cameron เสียสุขภาพต้องนอนฝันร้ายถึงหุ่นยนต์ไล่ฆ่าคน ซึ่งต่อมาเป็นแรงบันดาลใจสร้าง The Terminator (1984) สร้างชื่อเสียงในที่สุด

Piranha II: The Spawning หรืออีกชื่อว่า Flying Killers ซึ่งไม่เชิงว่าเป็นหนังเรื่องแรกของ James Cameron ที่ได้เป็นผู้กำกับหนังได้เต็มปาก เพราะเดิมทีวางให้ Miller Drake มาเป็นผู้กำกับ ซึ่งมีพล็อตต่อเนื่องจากภาคแรกและมีการทดลองปลาปิรันย่าบินได้ แต่นักแสดงไม่ว่างจนต้องเขียนบทใหม่ อีกทั้งคนที่เป็นโปรดิวเซอร์คือ Ovidio G. Assonitis ได้เปลี่ยนผู้กำกับมาเป็น James Cameron ส่วน Miller Drake ถูกไล่ออกทั้งที่ได้ถ่ายทำไปบางส่วนแล้ว
แต่ประเด็นคือความเรื่องมากของ Ovidio G. Assonitis ที่คอยบงการการถ่ายทำตลอดเวลา รวมไปถึงการตัดต่อและเพิ่มฉากเปลือยที่ไม่มีในบทจน James Cameron ต้องแอบเข้าไปตัดต่อเอง ทว่าโชคไม่ช่วยเพราะ Ovidio G. Assonitis รู้เรื่องนี้และตัดต่อใหม่อีกครั้งจนเป็นแบบที่เห็นในปัจจุบัน แต่ที่แย่กว่าคือการขึ้นชื่อเครดิตผู้กำกับคือ James Cameron เพียงคนเดียว ซึ่งตัวเขาเองไม่อยากยอมว่าคือหนังเรื่องแรก
ทั้งนี้ความเป็นมาของ Ovidio G. Assonitis ได้เริ่มต้นจากการที่เขาสร้างหนัง Beyond the Door (1974) และ Warner Bros. ได้ฟ้องร้องละเมิดลิขสิทธิ์ เนื่องจากมีความคล้ายคลึง The Exorcist (1973) ก่อนจะตกลงให้มาเป็นโปรดิวเซอร์ให้กับ Warner Bros. ซึ่งบังเอิญเป็น Piranha II: The Spawning (1982) ที่แสนจะมีปัญหามากมาย

ทางด้าน Ovidio G. Assonitis เหมือนจะมีแผนบางอย่างในใจ เพราะการเลือก James Cameron เป็นผู้กำกับมาจากความประทับใจเทคนิคพิเศษในหนัง Galaxy of Terror (1981) ซึ่งขณะนั้นเป็นเพียงฝ่ายศิลป์เท่านั้น อีกทั้ง Warner Bros. มีข้อบังคับคือให้ Ovidio G. Assonitis หาผู้กำกับที่เป็นชาวอเมริกันเท่านั้น ดังนั้นตัวเขาที่เป็นชาวกรีก-อิตาลีจะตีเนียนมากำกับเองจึงหมดสิทธิ์ แต่ความอยากเด่นอยากดังทำให้เข้ามาบงการการถ่ายทำตลอดเวลา เพราะคิดว่า James Cameron คงจะยอมจากการไม่เคยเป็นผู้กำกับมาก่อน ด้วยเหตุนี้จึงกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างโปรดิวเซอร์และผู้กำกับที่ส่งผลกระทบต่อหนังปิรันย่าบินให้หนีจากความสำเร็จสู่ความล้มเหลว
เมื่อเบื้องหลังมีความวายป่วงขนาดนั้น แล้วเมื่อหน้าในหนังเป็นยังไงนั้น ต้องบอกก่อนในแง่ความสยองขวัญพอที่จะถูไถได้อยู่บ้าง มีความโหดที่แสดงถึงการกัดของปิรันย่าที่รุนแรง มีการแสดงบาดแผลที่เหวอะหวะ และปริมาณจำนวนศพ ทว่าบางครั้งดูเป็นเรื่องตลกตรงที่การโจมตีของปลาปิรันย่าคือการบินมากัด ซึ่งดูไม่เหมือนการกัดเลยด้วยซ้ำ เพราะเป็นการบินชนเฉยๆ ส่วนนักแสดงต้องประคองหุ่นปลาปิรันย่าพร้อมกับแสดงความเจ็บปวดจากการถูกกัดให้สมจริงมากที่สุด
การโจมตีหรือทิศทางของปลาปิรันย่าไม่มีทิศทางแน่ชัด ทำให้ไม่รู้ว่าอยู่กันเป็นกลุ่มหรือกระจัดกระจาย เพราะโผล่ไปตามจุดต่างๆ อาจจะเพราะบินได้จึงต้องการแสดงความน่ากลัวที่มากกว่าในน้ำ จนเกิดข้อสงสัยในตอนจบด้วยการระบิดใต้น้ำที่อาจเป็นการกระทำที่สูญเปล่า แต่ที่แย่กว่าคือบทและความสัมพันธ์ของตัวละครที่รู้สึกทะแม่ง

พล็อตเรื่องจะมาทำนองเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เล่นน้ำหรืออยู่ในช่วงเทศกาล ทำให้มีจำนวนคนมากมาย แต่ระหว่างนั้นเริ่มมีคนเสียชีวิตแปลกๆ เมื่อสืบไปสืบมาพบว่าเป็นปิรันย่าที่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรมให้ดุร้ายและสามารถบินได้ของรัฐบาล ทำให้ต้องปิดงานเทศกาลไปก่อนเพื่อความปลอดภัย ซึ่งตามสูตรสำเร็จของนายทุนย่อมไม่ฟังเพราะกลัวเสียกำไร ดังนั้นจึงเปิดให้นักท่องเที่ยวทำกิจกรรมกันต่อไป โดยมีภัยอันตรายจากปลาปิรันย่าที่พร้อมโฉบทั้งบนบกและในน้ำ
ทางด้านนักแสดงหลักจะประกอบด้วยนักแสดง Lance Henriksen รับบทเป็นสตีฟ คิมบรอห์ หรือตำรวจที่พบว่ามีบางอย่างโจมตีและต้องการหยุดยั้งสิ่งนั้น แต่บทไม่อำนวยให้แสดงความเก่งหรือมีคาแรคเตอร์พระเอกสักเท่าไร เพราะเหมือนตั้งใจเอามาเป็นไม้เบื่อไม้เบากับนักแสดง Tricia O'Neil ที่รับบทเป็นแอนน์ คิมบรอห์ หรือครูสอนดำน้ำ โดยทั้งคู่มีความสัมพันธ์เป็นอดีตสามีภรรยา ซึ่งบทควรจะเป็นในลักษณะคู่รักกลับมาคืนดีจากการช่วยกำจัดปลาปิรันย่า แต่กลายเป็นว่ามีตัวละครอื่นเข้ามาแทรกและวางบทเป็นคนรักใหม่ คือนักแสดง Steve Marachuk รับบทเป็นไทเลอร์ เชอร์แมน หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการดัดแปลงพันธุกรรมปลาปิรันย่าและพยายามหาวิธีกำจัดพวกมัน ทำให้อารมณ์ของหนังมีความหึงหวงและอาการกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

ส่วนที่มองว่าเป็นส่วนเกินคือการให้มีตัวละครเด็กหรือวัยรุ่นที่ไม่ประสีประสา จ้องแต่จะจีบและแสดงความรักต่อกันจนคนอื่นเดือดร้อน เพราะไม่ดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ต้องขับเฮลิคอปเตอร์หากันทั่วทะเล โดยตามหาจนน้ำมันหมดตกทะเล เพราะกลัวโดนปลาปิรันย่าโจมตี และหลังจากนั้นเป็นตอนจบที่พาตัวละครที่รอดมาเจอกันด้วยความบังเอิญ ซึ่งมันลงตัวเกินจริงและคล้ายจะทำให้เหมือนภาคแรกมากไปหน่อย
แม้จะสยองขวัญและมีความรุนแรงแค่ไหน แต่ปลาปิรันย่าที่บินได้มีลักษณะที่ปลอมอย่างมาก ยกเว้นฉากใต้น้ำที่เข้าท่าเข้าทางมากกว่า ส่วนบทไม่ได้น่าดึงดูดและชวนให้บ่นด้วยซ้ำ แต่มีข้อแนะนำจากผู้กำกับ James Cameron คือวิธีดูหนังเรื่องนี้ให้สนุกต้องดื่มเบียร์สัก 6 ขวด หรืออธิบายง่ายๆ คืออย่าไปตั้งใจดู ให้ดูในสภาพที่มึนเมาอาจจะสนุกลงตัวก็เป็นได้


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น