Carter (2022) คาร์เตอร์

Carter (2022) | คาร์เตอร์ | C
Director: Byung-gil Jung
Genres: Action | Thriller

“ตาจะมึน หัวจะปวด”

จากใจที่ชอบ The Villainess (2017) โดยเฉพาะฉาก Long Take ที่ผสมจริงผสมปลอมให้เป็นเนื้อเดียวกัน แม้จะไม่แนบเนียนก็ยังสนุกเร้าใจ แต่กับ Carter (2022) อัดฉาก Long Take ทั้งเรื่องชนิดที่ปลอมก็ช่างหัวมัน ทุกฉากต้องต่อเนื่อง ตั้งแต่บนเตียงนอนถึงเครื่องบินบนฟ้า ตกลงมาบนพื้นขึ้นรถไฟ เกาะเฮลิคอปเตอร์ ทั้งหมดห้ามหยุด! (ปวดหัวยิ่งกว่า Hardcore Henry (2015) ซะอีก)


เนื้อเรื่องไม่ต้องไปอะไรกับสิ่งนี้เยอะ รู้แค่ชายที่น่าจะชื่อ คาร์เตอร์ (Joo Won) ตื่นมาแล้วจำอะไรไม่ได้ มีเพียงเสียงจากอุปกรณ์ในหูสั่งให้ทำตามสิ่งต่างๆ แม้จะงงที่ไม่รู้อะไรเลย แต่เพื่อหาความจริงจึงทำภารกิจหาเด็กที่มีภูมิคุ้มกันไวรัสที่แพร่ระบาดในเกาหลีเหนือและใต้

ทั้งเรื่องมีแต่ฉากแอ็คชั่นที่พักไม่กี่นาทีต้องสู้กันอีกล่ะ ทำให้เกิดอาการเอียนที่ไม่ยอมพักกันบ้างเลย อีกทั้งมาพร้อมกับความโม้แหลกลาญ จะถูกตามล่ากี่คนหรือสถานการณ์ย่ำแย่แค่ไหนก็เอาอยู่ได้หมด ความไม่สนไม่แคร์สามารถสร้างแอ็คชั่นที่เกินจริงและเกินมนุษย์มนาไปไกลมาก


ฉากแอ็คชั่นมาไม่พักเหนื่อยและฉาก Long Take ที่พยายามประติดประต่อให้ต่อเนื่องมากที่สุด ทั้งสองสิ่งนี้ทำให้สนุกแค่ช่วงแรกเท่านั้น หลังจากนั้นคือความมึนเมาล้วนๆ กล้องมีการขยับไปมาที่ถี่ยิ่งกว่าหนังประเภท Found Footage ทำให้รอยต่อมีสะดุดอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งขัดใจไม่น้อยที่ต้องเห็นจนจบ

ทั้งเรื่องพยายามหามุมกล้องให้พริวไหวอยู่เสมอ โยกไปนั้นโยนไปนี้ ไม่มีการแช่ภาพจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งดูแล้วมีการใช้ CGI ค่อนข้างมากจนภาพออกมาลอย เอาจริงๆไม่เหมือนดูหนังเพราะรวมๆแล้วกำลังนั่งดูแคสท์เกมมากกว่า

โดยรวมคือยิ่งดูนานยิ่งเมาตาลาย แต่ถามว่าแอ็คชั่นมันส์มากแค่ไหน น่าจะทำมาเพื่อผู้กำกับที่สนุกกับการตัดต่อและคิดค้นพลิกแพลงมุมกล้องไม่รู้จบ ส่วนสาระพอมีให้เห็นการเสียดสีการเมือง ไว้ใจมากแค่ไหนก็ยังไม่รู้ใจอีกฝ่ายคิดอะไร และดราม่าอีกนิดหน่อยให้ตัวละครยังมีมิติอยู่บ้าง กระนั้นเป็นเพียงความสัมพันธ์หลวมๆที่ถูกแอ็คชั่นแทรกแซงตลอดเวลา

รูปภาพของฉัน
เกิดปี 2538 (1995) แค่คนที่เรียนจบสาธารณสุขศาสตร์ แต่ชอบดูหนังเป็นชีวิตจิตใจ ที่เขียนรีวิวเพราะอยากแบ่งปันความรู้สึกที่ตัวเองมีให้อ่าน และกำลังทำช่อง YouTube เกี่ยวกับหนังสือ(การ์ตูนเป็นหลัก)