Saw X (2023) ชำแหละแค้น เกมตัดตาย

Saw X (2023) | 
Director: Kevin Greutert
Genres: Horror | Mystery | Thriller

แม้จะรู้สึกเอียนอยู่บ้างกับแฟรนไซส์ Saw แต่ไม่ปฏิเสธที่จะดูและรู้สึกสนุกกับเกมท้าความตาย และตอนจบที่มักหาเรื่องราวมาให้หักมุมอยู่เสมอ (ขยันคิดบทให้พลิกไปพลิกมาไม่ยอมจบแบบธรรมดาสักภาค) ซึ่งครั้งนี้รูปแบบการเล่าเรื่องจะแตกต่างจากที่ผ่านมาเพราะเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ได้ตั้งใจสร้างเกมให้ใครเล่นพิสูจน์ความอยู่รอดตั้งแต่แรก แค่มีคนไปทำให้ผู้สร้างเกมรู้สึกเจ็บปวดและผิดหวังอย่างมาก


"เปิดเผยเนื้อหาสำคัญ"

ดำเนินเรื่องมาถึงภาคที่ 10 กับการวนเข้าไทม์ไลน์เดิมที่คั่นกลางระหว่าง Saw (2004) และ Saw II (2005) เมื่อจอห์น เครเมอร์ (Tobin Bell) หรือที่รู้จักในนาม"จิ๊กซอว์" ที่กลับมาด้วยเรื่องราวของเขาเอง เมื่อพบว่าตัวเองป่วยเป็นโรคมะเร็งสมองและอาจจะมีชีวิตเหลืออยู่ไม่กี่เดือน หลังจากรู้ความจริงและไม่สามารถหาวิธีรักษาได้ ทำให้เขาเริ่มปลงกับชีวิต แต่แล้วได้รับรู้ข่าวสารของกลุ่มคนที่รักษาจากโรคนี้หายเป็นปกติ ความหวังที่อยากมีชีวิตจึงสนใจหาข้อมูลจนมั่นใจลงทุนลงแรงเพื่อไปรักษา ซึ่งทุกอย่างเต็มไปด้วยความหวังและกำลังใจเปี่ยมล้น ทว่าเขารู้ตัวในวันที่ช้าไปเพราะทุกอย่างคือการหลอกลวง ไม่มีการรักษาใดๆ นอกจากการเสแสร้งเท่านั้น

ปกติจะเห็นทุกคนเป็นเหยื่อให้กับจิ๊กซอว์ แต่พอเปลี่ยนมุมมองการเล่าเรื่องจึงรู้สึกแปลกตาไปบ้าง การได้เห็นคนวัยชราคนหนึ่งที่เริ่มหมดกำลังใจใช้ชีวิต แต่เริ่มมีหวังก่อนจะถูกหักหลังอีกทีให้หมดหวัง ทำให้ดูเป็นเหยื่อเสียเอง ความเหนือชั้นที่ไม่ยอมให้ใครมาหลอกง่ายๆ ต้องพลาดท่าเพราะกลุ่มคนมิจฉาชีพ


เมื่อต้องผิดหวังกับสิ่งที่ตัวเองเลือกเพราะถูกหลอก การแก้แค้นจึงเริ่มต้นขึ้น แต่จะเรียกว่าแก้แค้นไม่เชิงว่าใช่ได้เต็มปาก เพราะให้เล่นเกมเลือกเส้นทางชีวิตของตนเองก่อน ถ้าเล่นเกมผ่านเท่ากับมีชีวิตรอด ถ้าเล่นเกมไม่ผ่านเท่ากับความตายนั่นเอง ทำให้สิ่งที่เป็นจุดแข็งเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเองไม่ผิดเพี้ยนไปจากเดิม ต่อให้โกรธเคืองมากแค่ไหนยังไม่ทิ้งอุดมการณ์ที่ให้โอกาสใช้ชีวิตด้วยเกม

ตอนแรกคิดว่าคงไม่มีเนื้อเรื่องที่มากไปกว่านี้ น่าจะหมดที่สามารถจับกลุ่มคนมิจฉาชีพมาเล่นเกมท้าความตาย และปล่อยให้ลุ้นไปกับดิ้นรนของตัวละครที่จะเก่งกล้าสามารถชนะเกมได้แค่ไหน แต่กลายเป็นว่าความเล่ห์เหลี่ยมทันคนทำให้ผู้เล่นสามารถเล่นเจ้าของเกมได้ด้วย ซึ่งภาคนี้เด็ดดวงตรงที่การพลิกแพลง ใครจะไปคิดว่าจิ๊กซอว์พลาดท่าได้ด้วย ทว่าการพลาดไม่ได้แปลว่าหมดหนทาง หากเป็นตัวเขาเองที่ต้องเลือกเส้นทางชีวิตและดิ้นรนด้วยเช่นกัน


การได้เห็นจิ๊กซอว์เข้ามาเล่นเกมที่ตัวเองสร้างคือสิ่งที่ใหม่และไม่คาดคิด แต่อีกนัยหนึ่งคือการหาคำตอบให้ตัวเองอีกครั้ง ว่าชีวิตที่เหลือไม่กี่เดือนของเขาจะทำอะไรต่อ จะปล่อยให้ตัวเองหมดไฟไปกับโรคมะเร็งลุกลาม หรือสร้างเกมสะท้อนความหมายการใช้ชีวิตในรูปแบบของเขาอีกครั้ง

นอกจากพล็อตเรื่องที่มาไม่เหมือนภาคอื่นและการพลิกแพลงที่เกินคาดแล้ว สิ่งที่ยังไม่ลดละคือความโหดของเกมที่ไม่มีความปรานี ยังอุดมด้วยเลือดเนื้อกันอย่างไม่มีพัก ซึ่งความสยองขวัญคงไม่ต้องอธิบายมากเพราะเป็นสิ่งที่มีมาเสมอและรุนแรงทุกภาค


อนึ่งที่รู้สึกภาคนี้ดูไม่ค่อยเหมาะสมเรื่องไทม์ไลน์คงเป็นนักแสดง เพราะช่วงเวลาที่เกิดขึ้นกับชีวิตจริงทิ้งช่วงค่อนข้างมาก ทำให้นักแสดงที่กลับมาอีกครั้ง เช่น Tobin Bell, Shawnee Smith และ Costas Mandylor ไม่ได้มีวัยที่ตรงกับสภาพที่ปรากฏในภาคก่อนๆ แม้จะรู้สึกขัดใจเล็กน้อย แต่การได้เห็นทีมงานจิ๊กซอว์ที่เป็นเบื้องหน้าและเบื้องหลังสร้างเกมกลับมาอีกครั้งคงจะถูกใจแฟนๆ ไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว

อีกทั้งการกลับมาครั้งนี้นอกจากได้รับคำชมที่ดีมากจากนักวิจารณ์และคนดูแล้ว นั่นคือรายได้ที่กอบโกยไปถึง $112 ล้าน จากทุนสร้างเพียง $13 ล้าน เป็นการบ่งบอกว่าตำนานแฟรนไซร์ Saw ยังไม่สิ้นชื่อไปไหน เพราะ Spiral (2021) ที่เป็นภาคก่อนหน้านี้ทำให้คิดว่าคงมาถึงจุดอิ่มตัวแบบไม่ห้วนกลับได้อีกแล้ว

รูปภาพของฉัน
เกิดปี 2538 (1995) แค่คนที่เรียนจบสาธารณสุขศาสตร์ แต่ชอบดูหนังเป็นชีวิตจิตใจ ที่เขียนรีวิวเพราะอยากแบ่งปันความรู้สึกที่ตัวเองมีให้อ่าน และกำลังทำช่อง YouTube เกี่ยวกับหนังสือ(การ์ตูนเป็นหลัก)