The Good Son (1993) โดดเดี่ยวนิสัยมรณะ

The Good Son (1993) | โดดเดี่ยวนิสัยมรณะ
Director: Joseph Ruben
Genres: Drama | Thriller
Grade: C

ถ้าหากคุณรัก Macaulay Culkin จากการเล่นบทนำเป็นหนูน้อยเควินใน Home Alone (1990) นี่อาจเป็นหนังที่คุณเกลียด เพราะเด็กน้อยน่ารักที่คุ้นเคยจะกลายสภาพเป็นคนละคน มีทั้งความโหดร้าย ความชิงชัง และเจ้าเล่ห์เพทุบาย เสมือนสร้างมาหักหน้าแฟนๆและแสดงให้เห็นว่าคนเราไม่ได้มีด้านเดียวเสมอไป ไม่เว้นแม้แต่เด็ก


มาร์ค อีแวนส์ (Elijah Wood) เพิ่งสูญเสียแม่อันเป็นที่รักและโศกเศร้าอย่างทำใจไม่ได้ ขณะเดียวกันพ่อ (David Morse) ของเขาก็จะต้องไปทำธุระที่โตเกียว จึงไม่อาจอยู่ปลอบใจลูกได้ตลอดเวลา แต่โชคดีที่เขามีมีญาติๆที่เชื่อใจและฝากเลี้ยงดูได้ อีกทั้งยังมีเฮนรี่ (Macaulay Culkin) ลูกพี่ลูกน้องรุ่นราวคราวเดียวกัน ทำให้เชื่อว่าสภาพจิตใจจะต้องฟื้นฟูกลับมาดีอีกครั้ง ชื่อหนังระบุชัดเจนว่า Good Son หรือลูกชายแสนดี อารมณ์คงประมาณหนังครอบครัวที่พูดถึงเด็กคนหนึ่งที่พยายามปรับสภาพจิตใจหลังเสียแม่ ซึ่งทุกอย่างดูเป็นเช่นนั้นมาตลอดในช่วงแรก ทั้งดนตรีและการเล่าเรื่องทุกอย่างเป็นเช่นนั้นจนไม่นึกสงสัยหรือคลางแคลงใจในสิ่งที่เกิดขึ้นต่อไป จนมารู้สึกไม่ปกติกับเพื่อนรุ่นเดียวกันที่ทำตัวแปลกไม่เหมือนเด็กอย่างที่ควรจะแสดงออกมา ทั้งความคิดทั้งคำพูดหรือการแสดงออกล้วนเกินกว่าวัย


Elijah Wood หน้าตาน่ารักและรับบทเป็นเด็กที่มีสภาพจิตใจย่ำแย่ได้สมจริง แต่น่าเสียดายที่ควรมีเล่าปูมหลังให้เห็นความผูกพันบ้างก็ยังดี ทำให้สิ่งที่แสดงออกมาดูล้นจนไม่รู้ว่าสิ่งที่แสดงออกมานั้นควรไปอ้างอิงกับอะไร แม้จะเป็นเด็กและรู้ว่าการเสียแม่ต้องเสียใจเป็นธรรมดา กระนั้นอยากให้เสริมมิติตรงนี้ให้ดูจริงเกินกว่าเพ้ออยู่ฝ่ายเดียว ขณะที่อีกคนอย่าง Macaulay Culkin มีหน้าตาน่ารักไม่แพ้กัน แต่ด้วยคาเรคเตอร์แสดงออกมาได้กินขาด เพราะสิ่งที่แสดงออกมาล้วนตรงข้ามกับหน้าตาไปหมด โดยเฉพาะการยิ้มที่เห็นก็น่าเอ็นดู แต่ภายใต้รอยยิ้มแฝงไปด้วยตัวตนอีกด้านหนึ่ง เป็นตัวละครที่ปากอย่างใจอย่าง ยิ่งดูไปเรื่อยๆจะยิ่งไม่น่าไว้ใจมากขึ้น ถือเป็นหนังเด็กที่ไม่เด็กและค่อนข้างร้ายกาจพอสมควร หนังจะสนุกกว่านี้ถ้าไม่ลีลาเล่าเรื่องให้ช้า เพราะเอาเข้าจริงรายละเอียดมีน้อยเสียด้วยซ้ำ ที่มาที่ไปของตัวละครใช่ว่าจะบอกได้หมดหรือเข้าใจสิ่งที่ตัวละครทำจริงๆ ที่เห็นคงไม่พ้นความอิจฉาริษยา และความคิดที่ว่าตัวเองคือเด็ก จะทำอะไรก็ได้ตามใจตัวเอง ไม่มีใครคิดหรอกว่าเป็นฝีมือของเด็ก แล้วถึงจะใช่ก็ใช้ความสำนึกผิดเป็นข้ออ้างให้ตัวเองดูน่าสงสารเพื่อลดโทษหรือโยนให้กับคนอื่นหรือเรื่องอื่น ถ้าความตื่นเต้นชวนลุ้นระทึกดึงพลังได้มากกว่านี้คงจะดีไม่น้อยเพราะบทกับนักแสดงเปิดทางมาให้แล้ว

รูปภาพของฉัน
เกิดปี 2538 (1995) แค่คนที่เรียนจบสาธารณสุขศาสตร์ แต่ชอบดูหนังเป็นชีวิตจิตใจ ที่เขียนรีวิวเพราะอยากแบ่งปันความรู้สึกที่ตัวเองมีให้อ่าน และกำลังทำช่อง YouTube เกี่ยวกับหนังสือ(การ์ตูนเป็นหลัก)