Godzilla vs. Kong (2021) ก็อดซิลล่า ปะทะ คอง

Godzilla vs. Kong (2021) | ก็อดซิลล่า ปะทะ คอง
Director: Adam Wingard
Genres: Action | Sci-Fi | Thriller
Grade: B+

ดูผลงานที่ผ่านมาของผู้กำกับ Adam Wingard มีเพียงหนังสยองขวัญเป็นงานหลัก ได้แก่ You're Next (2011), V/H/S (2012), V/H/S/2 (2013), The Guest (2014), Blair Witch (2016) และ Death Note (2017) ซึ่งก็อดซิลล่าสามารถกลายเป็นหนังสยองขวัญได้ไหม แน่นอนว่าทำได้ ดั้งเดิมก็เป็นเช่นนั้นตั้งแต่ต้นฉบับ 1954 เพียงเป็นมุมสยองขวัญชวนสะเทือนใจซะมากกว่า


ภาคนี้เป็นภาคที่ 3 ของหนัง Godzilla (ถ้านับ Kong: Skull Island (2017) ที่อยู่ในจักรวาลเดียวกันก็เป็น 4) โดยเรื่องราวจะเป็นการโจมตีของก็อดซิลล่าอย่างไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งระหว่างนั้นจะมีคองที่ถูกมนุษย์จับตัวมาจากเกาะกระโหลก ซึ่งวิธีเดียวที่จะปราบก็อดซิลล่าได้คือให้คองที่มีขนาดตัวและพละกำลังสูสีไปสู้ ทว่ามีปริศนามากมายที่ซ่อนอยู่ระหว่างไคจูทั้งสองที่ยังรอการเปิดเผย

สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือการเพิ่มมุมมองของไคจูมากขึ้นจนต่างจากภาคแรกไว้มาก ซึ่งจะว่าเป็นการปรากฏตัวครั้งแรกจึงดูน่าเกรงขามและน่ากลัว ชวนลึกลับและให้ความสำคัญกับฝ่ายมนุษย์ที่ไม่เคยเผชิญเหตุการณ์นี้มาก่อน ทำให้เห็นการผสานงานการวางแผนมากมาย โอกาสได้เห็นก็อดซิลล่าหรือกระทั่งการต่อสู้แทบจะไม่กี่นาทีจากต้นจนหนังจบ ทำให้เกิดเสียงบ่นเกี่ยวกับก็อดซิลล่าที่มีฉากน้อย แต่ยอมรับว่าทุกครั้งที่ได้เห็นล้วนน่าเกรงขามและแข็งแกร่งทั้งสิ้น พอมาภาค Godzilla: King of the Monsters (2019) และ Godzilla vs. Kong (2021) กลายเป็นหนังแอ็คชั่นปล่อยไคจูมาสู้พังบ้านเมืองสนองความสะใจซะงั้น


การทำให้เห็นก็อดซิลล่าหรือคองอย่างต่อเนื่องก็สมกับชื่อหนัง แต่บทบาทฝ่ายมนุษย์ถูกลดบทบาทลงไปมากพอสมควร ยิ่งมิติตัวละครมีความบางอย่างเห็นได้ชัด แล้วที่รู้สึกไม่ชอบใจคือการวางพล็อตเรื่องที่ง่าย หลายสิ่งหลายอย่างเห็นแล้วว่าจะเป็นยังไงต่อไป การพลิกแพลงแทบจะหาได้น้อย น่าเสียดายที่ฝ่ายมนุษย์ไม่มีประเด็นให้กล่าวถึงสักเท่าไร มีเพียงไคจูทั้งสองตนกับเรื่องราวที่ใส่ไม่ยั้ง โดยเฉพาะคองที่รับบทพระเอกและบทชอกช้ำจากการเป็นรองก็อดซิลล่า(สู้ยังไงก็เจ็บ)

ก็อดซิลล่ามีเรื่องราวของตัวเองมามากพอสมควร การจะเพิ่มประเด็นเข้าไปใหม่จึงทำได้ยาก ทำให้ทั้งเรื่องได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับคองค่อนข้างมาก รวมไปถึงการเปิดโลกใหม่ของไคจูที่เพิ่มความซับซ้อนและความลี้ลับ ฉะนั้นบทบาทไคจูจึงได้รับการขยายโดยที่ไม่ซ้ำซากจำเจอีกต่อไป ขณะที่ฝ่ายมนุษย์นั้นค่อนข้างติดขัดพอสมควร เพราะหลายสิ่งหลายอย่างยังวนเวียนอยู่ที่เดิม มีตัวละครเข้ามาใหม่เพื่อเพิ่มมุมมองต่างจากเดิม แต่น่ารำคาญจากความจู้จี้ซะมากกว่า


Godzilla vs. Kong (2021) เป็นอีกหนึ่งภาคของก็อดซิลล่าที่เล่ามุมอื่นมากว่าเจ้าของชื่อหนัง ทำให้ไม่รู้สึกซ้ำเหมือนหนังไคจูเรื่องอื่นที่มักผูกปมนิดหน่อยแล้วมาสู้กัน โดยที่ก็อดซิลล่ายังเป็นตัวเอกอยู่เสมอ ซึ่งครั้งนี้มีสถานะคล้ายตัวร้ายที่มาเพื่อทำลายเพียงอย่างเดียว ส่วนมาทำลายอะไรก็เป็นปริศนาอีกอย่างหนึ่งที่นำพาไปสู่ตัวร้ายที่แท้จริง(พลังโกงและเว่อร์จนไม่แปลกใจที่ต้องมีก็อดซิลล่าและคอง) แน่นอนว่าถล่มบ้านเมืองพังยับจนลืมภาคก่อนไปเลยว่าไคจูไม่ได้รวดเร็วและคล่องแคล่วขนาดนั้น แต่ครั้งนี้ซัดกันมันส์และนัวมากๆ

รูปภาพของฉัน
เกิดปี 2538 (1995) แค่คนที่เรียนจบสาธารณสุขศาสตร์ แต่ชอบดูหนังเป็นชีวิตจิตใจ ที่เขียนรีวิวเพราะอยากแบ่งปันความรู้สึกที่ตัวเองมีให้อ่าน และกำลังทำช่อง YouTube เกี่ยวกับหนังสือ(การ์ตูนเป็นหลัก)