แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 2015 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 2015 แสดงบทความทั้งหมด

Ao oni ver. 2.0 (2015)

Ao oni ver. 2.0 (2015) | 
Director: Hideaki Maekawa
Genres: Sci-Fi | Thriller

ภาคแรกไม่ได้ทำไว้ดีสักเท่าไร อาศัยว่าหนังยาวแค่ชั่วโมงเดียว ทำให้การทำเวลาค่อนข้างเร็วและต่อเนื่อง แต่เสียเรื่องปมตัวละครที่วางไว้จืดจางไปหน่อย ดังนั้นภาคต่อจึงทำการแก้ไขจุดนั้นด้วยการเติมความสัมพันธ์ของตัวละครให้ซาบซึ้งยิ่งขึ้น พร้อมกับอัพเดทแพทช์ให้มีความท้าทายยิ่งกว่าเก่า

Tomorrowland (2015) ผจญแดนอนาคต

Tomorrowland (2015) | ผจญแดนอนาคต
Director: Brad Bird
Genres: Action | Adventure | Family | Fantasy | Mystery | Sci-Fi
Grade: B-

ช่วงแรกทำได้น่าสนใจมาก แม้ในใจคงไม่คิดมีอะไรที่มากไปกว่านี้ แต่ด้วยอารมณ์และฉากต่างๆล้วนทำให้น่าติดตาม โดยเฉพาะการเชื่อมโยงระหว่างมิติคนละเวลา อีกด้านเป็นยุคที่เริ่มคิดค้นเทคโนโลยี หลายอย่างพึ่งเป็นสิ่งใหม่ที่เกิดจากการประดิษฐ์ ส่วนอีกด้านคือความล้ำสมัยที่ต่างราวกับเหว ซึ่งการมีแต่เทคโนโลยีที่ทันสมัยขนาดนี้ได้เพราะเกิดจากการรวมตัวของคนเก่งหัวกะทิที่ได้รับการคัดเลือก ทว่าที่ล้ำสมัยและคนเก่งมารวมที่เดียวก็ไม่อาจหยุดหายนะบางอย่างที่กำลังเกิดขึ้นได้

สยามยุทธ (2015)

สยามยุทธ (2015)
Director: ธนาวุฒิ เกสโร
Genres: Action
Grade: C

ไม่ได้คาดหวังอะไรกับเรื่องนี้เท่าไรเพราะด้วยกระแสตอบรับที่ค่อนข้างเงียบและมีปัญหาขึ้นศาลเกี่ยวกับค่าตัวนักแสดงที่ถูกเบี้ยวจากผู้กำกับทำให้อารมณ์ตอนรับชมเตรียมตัวที่จะส่ายหัวได้ตลอดเวลา แน่นอนว่าไม่ทันไรในตอนเปิดเรื่องก็พบข้อผิดพลาดที่ไม่น่าให้อภัย นั้นคือการเล่าเรื่องที่ลำดับภาพได้น่าฉงนชวนงงอย่างถึงที่สุด แม้ว่าจะไม่ถึงกับต้องแสดงอาการเหวอประหลาดใจมากนักแต่ถ้าไม่ได้นั่งดูหรือลุกไปไหนอาจมีสับสนกันบ้างที่จู่ๆเปลี่ยนฉากเปลี่ยนเนื้อเรื่องกันอย่างสายฟ้าฟาด ด้วยภาพลักษณ์ตอนช่วงแรกของหนังไม่แตกต่างกับหนังไทยธรรมดาที่ยังต้องปรับปรุงการเล่าเรื่องให้เข้าใจมากกว่านี้ รวมถึงในส่วนของตัวละครที่จะมาก็มาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ซึ่งแค่ช่วงแรกๆของหนังก็ทำให้ทิศทางการรับชมก็เริ่มจะไม่สบอารมณ์ ความน่าติดตามก็ล้วนน้อยลงเรื่อยๆเมื่อเห็นข้อผิดพลาดเหล่านี้ก่อนจะมาสะดุดในส่วนของแอ็คชั่นที่เหมือนกับว่าการเล่าเรื่องค่อยว่ากันแต่แอ็คชั่นต้องขายความมันส์ให้ได้ และที่ไม่รู้จะฮาหรือมันส์ดีที่ใช้เทคนิคแบบในเรื่อง 300 (2006) ที่ฝ่าข้าศึกทีคนในมุมกล้องด้านข้างพร้อมกับซูมเข้าออกอย่างเป็นจังหวะพร้อมสโลโมชั่นไปในตัวอาจจะคุ้นฉากนี้กันอย่างดีแต่วิธีการสู้ได้ปรับเปลี่ยนจากใช้ดาบกับโล่มาเป็นการใช้มือเปล่าเข้าสู้ด้วยศิลปะมวยไทย ทั้งนี้ทั้งนั้นก็รู้สึกได้เลยว่าจะต้องมีอะไรเด็ดๆซ่อนไว้บ้าง

Biri Gal (2015) บีลี่เกล สาวน้อยวัยวุ่น

Biri Gal (2015) | บีลี่เกล สาวน้อยวัยวุ่น
Director: Nobuhiro Doi
Genres: Comedy | Drama
Grade: S

"มีความสุขมากๆกับหนังเรื่องนี้และช่วยให้ใจพองโตขึ้นมาเลย ยิ่งกับใครที่คิดว่าตัวเองสู้คนอื่นไม่ได้หรือหมดความพยายามขอแนะนำเรื่องนี้เลยนะ ถือว่าช่วยฟื้นกำลังใจได้มากทีเดียว ถ้าไม่ยอมแพ้ต่อให้อุปสรรคใหญ่แค่ไหนก็ฝ่าไปได้"

หนังเรื่องนี้ที่สร้างจากนวนิยายชื่อ "Gakunen Biri no Gyaru ga 1 nen de Hensachi o 40 Agete Keio Daigaku ni Geneki Gokaku Shita Hanashi" (ชื่อยาวจังแหะ) เขียนโดย Nobutaka Tsubota ที่นำชีวิตจริงของ Sayaka Kobayashi มาเล่าถึงช่วงชีวิตม.ปลายที่ไม่เอาไหนเรื่องเรียนแต่สามารถสอบติดเข้ามหาวิทยาลัยอันดับต้นๆได้อย่างมหัศจรรย์ด้วยความสามารถของเธอเอง เช่นเดียวกับหนังเรื่องนี้ที่เล่าถึงชีวิตของ ซายากะ (Kasumi Arimura) ว่าก่อนถึงวันสอบเข้ามหาวิทยาลัยนั้นต้องเจอกับอะไรมาบ้าง

I Am A Hero (2015) ข้าคือฮีโร่

I Am A Hero (2015)
ข้าคือฮีโร่
Director: Shinsuke Sato
Genres: Action | Comedy | Horror
Grade: B+

"เปิดเผยเนื้อหาสำคัญ"

บอกข้างต้นเลยว่าการรับชมหนังเรื่องนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวกับฉบับมังงะแต่อย่างใดเพราะไม่เคยอ่านมาก่อน(แต่หลังจากดูเรื่องนี้จบก็บอกว่าตัวเองพลาดซะแล้วกับการ์ตูนเรื่องนี้) ซึ่งเนื้อเรื่องไม่ได้แตกต่างอะไรกับหนังซอมบี้ทั่วไปที่มีคนติดเชื้อและผู้รอดชีวิต ทว่าสิ่งที่เป็นมากกว่าซอมบี้คลุ้มคลั่งหรือการลืมตัวตนของสติสัมปะชัญญะที่หลายต่อหลายเรื่องมักทำกันจะแตกต่างออกไปคือการดึงส่วนที่ตัวเองอัดอั้นอยู่ในใจ ไม่ว่าจะเรื่องรัก เรื่องงาน แม้กระทั่งสิ่งที่ตัวเองชอบจะกลายเป็นสิ่งสุดท้ายที่ระลึกได้ การติดเชื้อจะเหมือนซอมบี้ทุกอย่างตามคอนเซ็ปต์กัดแล้วเป็น แต่ที่เพิ่มเข้ามาคืออารมณ์ที่แสดงออกอย่างป่าเถื่อน สามารถพูดได้แต่ออกมาในเชิงลบ มีความนึกอยากฆ่าอย่างเดียว ซึ่งเชื้อไวรัสตัวนี้มีชื่อเรียกว่า ZQN

Southbound (2015)

Southbound (2015) | B
Director: Radio Silence,Roxanne Benjamin,David Bruckner,Patrick Horvath
Genres: Horror

เป็นการรวมตัวอีกครั้งของผู้กำกับ V/H/S (2012) ที่ต่างทำหนังสั้นสยองขวัญแนว Found Footage ให้ขวัญผวาจนกลายเป็นหนังฮิตคอหนังสยองขวัญและคอหนังคัทล์จนได้สร้าง V/H/S/2 (2013) ภาคต่อที่มีดีกรีเข้มข้นยิ่งกว่าภาคแรก แน่นอนว่ากับเรื่องนี้ก็ทำนองแนวเดียวกันตรงที่เป็นเรื่องสั้นสยองขวัญ แต่จะไม่เน้นเทคนิคการถ่ายทำด้วยมุมกล้องอีกต่อไป จะโฟกัสที่ทุกเรื่องมาจากถนนตามเส้นทางของตัวเอง จะวิ่งมาจากทิศทางใดก็แล้วแต่จะสรุปที่เดียวกันคือความตาย และนี่เป็นเรื่องราว 5 เรื่องจาก 5 เส้นทางที่โยงไปสู่อีกมิติหนึ่งที่พูดไม่ได้บอกไม่ถูกว่าคืออะไร

The Corpse of Anna Fritz (2015) คน..อึ๊บ..ศพ

The Corpse of Anna Fritz (2015) | คน..อึ๊บ..ศพ
Director: Hèctor Hernández Vicens
Genres: Drama | Thriller
Grade: C+

"จะเป็นยังไงถ้าตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองกลายเป็นศพที่ฟื้นจากความตายแล้วมีผู้ชายกำลังใช้ร่างกายคุณเพื่อสำเร็จความใคร่"

เป็นไปตามที่บอกข้างต้นที่ใช้เป็นพล็อตเรื่องราวของหญิงสาวดาราคนดังที่ใช้ชื่อว่าแอนนา ฟริตซ์ (Alba Ribas) ต้องเสียชีวิตลงอย่างไม่ทราบสาเหตุและถูกนำตัวไปโรงพยาบาลแห่งหนึ่งเพื่อชันสูตรศพ แต่ด้วยความที่เป็นคนดังและเป็นผู้หญิงสวยจึงกลายเป็นที่อยากพบเห็นในหมู่คนธรรมดาที่อยากรู้ว่า..มีสวยงามมากน้อยเพียงใด อีกทั้งยังเป็นที่หมายปองในหมู่ผู้ชายที่อยากได้เธอ ด้วยเสน่ห์ที่น่าหลงใหลของแอนนาทำให้พาว (Albert Carbó) เจ้าหน้าที่เก็บศพต้องขอเก็บรูปเธอไว้เป็นที่ระลึกก่อนจะพาเพื่อนอีก 2 คน ได้แก่ อีแวน (Cristian Valencia) และจาวี่ (Bernat Saumell) แอบเข้ามาดูศพ ช่วงแรกไม่มีอะไรนอกจากมาพบเพื่อชวนไปเที่ยวปาร์ตี้ แต่เรื่องได้เล่าไปถึงพาวที่บอกเพื่อนทั้งสองว่ามีศพดาราผู้หญิงมาอยู่ที่นี้เองแหละ ด้วยความสงสัยทำให้ทั้งสามเข้าไปห้องเก็บศพอย่างลับๆก่อนจะกลายเป็นว่าถูกกิเลสครอบงำนึกพิสดารลองกับศพที่นอนแน่นิ่ง ทว่าเรื่องโรคจิตที่เกิดขึ้นนั้นยังไม่เท่ากับที่แอนนาลืมตัวตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าเธอดันมีชีวิต

Creed (2015) ครีด

Creed (2015) | ครีด
Director: Ryan Coogler
Genres: Action | Drama | Sport
Grade: A+
 
อโดนิส จอห์นสัน (Michael B. Jordan) เด็กหนุ่มที่มีความใฝ่ฝันอยากเป็นนักมวยขนาดที่ว่ามีเวลาว่างจากการทำงานจะลองไปขึ้นชกมวยที่ไม่เป็นทางการเพื่อทดสอบฝีมือตัวเอง แต่ก่อนที่จะมาถึงขั้นนี้ได้ต้องเริ่มตั้งแต่ยังไม่ทันลืมตาดูโลก ตอนที่พึ่งรู้ว่าตัวเองคือลูกนอกสมรสของอพอลโล ครีด (Carl Weathers) อดีตแชมป์โลกที่เสียชีวิตจากการชกมวย รวมถึงการเสียแม่แท้ๆจนต้องไปอยู่ศูนย์เด็กกำพร้า ซึ่งที่นั้นทำให้เขาเป็นเด็กมีปัญหาแม้จะเป็นคนดีเพราะชอบหาเรื่องชกต่อยตลอดเวลา หลังจากนั้นคือตอนที่แมรี่แอน ครีด (Phylicia Rashad) เข้ามาขอเลี้ยงดูประหนึ่งลูกในไส้ ส่งเสริมเลี้ยงดูอย่างดีจนสามารถหางานทำในบริษัท ทว่าชีวิตที่ต้องการไม่ใช่แบบนี้ ทุกวันที่เลิกงานจะเปิดวีดีโอย้อนหลังการชกมวยเพื่อเก็บท่าทางการชก พยายามเก็บข้อมูลให้มากที่สุดเพราะไม่มีเทรนเนอร์แนะนำ จนกระทั่งตัดสินใจลาออกจากงานเพื่อไปเป็นนักมวย แต่ก่อนจะถึงตอนนั้นต้องไปฟิลาเดลเฟีย ไปหาคนที่ช่วยปลุกปั้นได้ ซึ่งเขาคือร็อคกี้ บัลบัวร์ (Sylvester Stallone)

Crimson Peak (2015) ปราสาทสีเลือด

Crimson Peak (2015)
ปราสาทสีเลือด
Director: Guillermo del Toro
Genres: Drama / Fantasy / Horror / Mystery / Romance / Thriller
Grade: B

จะเห็นได้ชัดว่าผู้กำกับ Guillermo del Toro มีความสามารถในการนำเสนอสไตล์โกธิคอย่างช่ำชอง สังเกตได้จากผลงานก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะ Hellboy (2004),Pan’s Labyrinth (2006),Hellboy II: The Golden Army (2008) หรือแม้แต่ Pacific Rim (2013) ที่ว่าขายแอ็คชั่นก็ต่างมีเอกลักษณ์ในเรื่องขององค์ประกอบศิลป์ด้วยอารมณ์ไม่น่าไว้ใจ หม่นหมอง และแฟนตาซีผสมผสานรวมเข้าด้วยกัน ซึ่งความโดดเด่นนี่เองจึงกลายเป็นลายเซ็นต์อย่างหนึ่งของผู้กำกับที่สร้างความน่าสนใจไม่น้อยเลย พอมาเรื่อง Crimson Peak ด้วยความที่หนังสอดคล้องกับยุควิคตอเรียจึงทำให้องค์ประกอบศิลป์ค่อนข้างจัดเต็ม ทั้งการแต่งกาย บรรยากาศ ข้าวของเครื่องใช้ ตลอดจนสิ่งที่น่าดึงดูดมากที่สุดคือคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ดูทรุดโทรมชื่อว่า"อัลเลอร์เดล  ฮอลล์" ด้วยเอกลักษณ์ที่ดึงจุดเด่นของยุคสมัยทำให้แปลกตาไม่ใช่น้อย ซึ่งก็รวมถึงความแปลกของเนื้อเรื่องที่ไม่รู้ว่าควรจะเป็นหนังผีรูปแบบไหนหรือเป็นสิ่งที่ตัวละครจินตนาการขึ้นมาเองเพราะไม่ทันไรทันทีที่เปิดเรื่องก็ชวนให้ผู้ชมเกิดตระหงิดใจในคำถามที่เอยขึ้นของตัวละครนางเอกที่อยู่สภาพเหนื่อยล้าทั้งกายและใจท่ามกลางหิมะขาวโพลนว่า"ผีมีจริง จบลงแค่นี้"

Girl House (2015) เกิร์ลเฮ้าส์

Girl House (2015) | เกิร์ลเฮ้าส์
Director: Jon Knautz, Trevor Matthews
Genres: Horror | Thriller
Grade: B
 
Girl House เว็บไซต์ผู้ให้บริการทางอารมณ์สำหรับเพศชายหรือสื่อลามกออนไลน์ที่สนทนาผ่านท่าทางสนองตัณหาให้อีกฝ่ายด้วยวีดีโอ ในยุคที่สื่อออนไลน์เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันย่อมปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการเข้าไปผัวพันกับอินเทอร์เน็ตไม่ใช่เรื่องจำเป็น เนื่องจากทุกย่างก้าวตลอดจนทุกการสื่อสารล้วนมาจากอินเทอร์เน็ตหรือระบบสารสนเทศไร้สายที่เชื่อมโยงเข้าหากันได้เพียงไม่กี่หยิบมือ การเข้าถึงที่รวดเร็วและแสนสะดวกสบายจึงเป็นช่องทางทำกินโดยยึดหลักความเป็นเพศชายที่ปฏิเสธไม่ได้คือการสนองตัณหาด้วยอารมณ์ทางเพศ ขณะที่เพศหญิงไม่ว่าจะยุคสมัยใดก็ตามยังคงเป็นเครื่องมือทางอารมณ์เพศ ทว่าความแตกต่างของเพศชายกับเพศหญิงที่มักจะมีอีกฝ่ายข่มเสมอได้แปรสภาพเป็นอีกฝ่ายเข้าหาแบบอ้อมๆและอีกฝ่ายยอมรับแต่โดยดี การค้าขายบริการทางเพศแบบไร้การสัมผัสใช้แค่ตาดูหูฟังคือเครื่องพิสูจน์ความต้องการทางเพศด้วยปัจจัยสำคัญคือเงินกับชีวิตที่ดีขึ้น ส่วนผู้ใช้บริการหรือท่านชายที่ได้เสียตังค์ใช้บริการก็ได้ความสุขทางอารมณ์ด้วยการดูอย่างมีความสุขบนเรือนร่างของหญิงสาวที่เย้ายวนผ่านจอโน๊ตบุ๊คหรือโทรศัพท์ แน่นอนว่าจุดประสงค์ของแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกันเพื่อมาทำงานเปลืองตัวเช่นนี้ แต่มองอีกมุมหนึ่งในเรื่องของสังคมที่ไม่ค่อยรับรู้ชีวิตในโลกจริงๆก็พอจะเป็นเครื่องยืนยันว่าในโลกออนไลน์เป็นคนแบบไหนก็ตามถ้าในโลกความจริงไม่มีใครจำได้ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย ข้อแตกต่างระหว่างโลกจริงกับโลกออนไลน์จึงเป็นเส้นกั้นบางๆที่ต่างส่งผลกระทบต่อกัน ในโลกออนไลน์คือนางโป้เปลือยที่ทุกคนเห็นว่าเซ็กซี่แต่พอชีวิตจริงลบเครื่องสำอางคืนความเป็นคนธรรมดาก็คือหนึ่งในสังคมหาเช้ากินค่ำ

The Martian (2015) เดอะ มาร์เชียน กู้ตาย 140 ล้านไมล์

The Martian (2015)
เดอะ มาร์เชียน กู้ตาย 140 ล้านไมล์
Director: Ridley Scott
Genres: Adventure | Drama | Sci-Fi
Grade: A
 
"อย่างแรกจะทำอะไรเมื่อถูกปล่อยให้อยู่บนดาวอังคารคนเดียว"

สร้างจากนิยายขายดีติดอันดับ New York Time Bestseller กว่า 100 สัปดาห์ โดย Andy Weir วิศวกรรมซอฟต์แวร์ที่ไม่มีความรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ระดับอวกาศแต่ด้วยความขยันทำให้ออกไอเดียการเอาตัวรอดบนดาวอังคารได้ตรงหลักวิทยาศาสตร์ที่หาได้ในคาบเรียน ความพยายามที่จะซื่อสัตย์ต่อโลกความเป็นจริงให้มีโอกาสเกิดขึ้นได้จริงบนดาวอังคารจากที่น่าเหลือเชื่อกลายเป็นเรื่องธรรมดาที่คาดไม่ถึงว่าจะสามารถประยุกต์ข้าวของที่เหลืออยู่ในการประทังชีวิต นั้นเองที่ทำให้การเอาตัวรอดที่ว่ายากในดาวที่ไร้ชีวิตสามารถอยู่ได้อย่างน่าอัศจรรย์ ซึ่งเรื่องราวการเอาตัวรอดไม่ได้ถูกมองเพียงแค่ด้านเดียวจากดาวอังคาร แต่รวมถึงโลกที่ค้นหาหนทางในการช่วย คงไม่มีอะไรยิ่งใหญ่ไปกว่าการช่วยเหลือแม้จะใช้ทุนมหาศาลกับการหาวิธีผิดถูกเพื่อช่วยเหลือให้เร็วที่สุดแต่ยังคำนึงถึงคุณธรรมมากกว่าผลประโยชน์ที่ปล่อยทิ้งอ้างว้าง เรื่องราวเกิดขึ้นเพียงชั่ววูบเดียวเมื่อทีมนักสำรวจดาวอังคารต้องเจอพายุและพยายาเดินกลับไปที่จรวด ซึ่งคนที่ไม่อาจไปถึงจรวดได้คือมาร์ค แวทนีย์ (Matt Damon) เพราะถูกพายุพัดหายไปโดยถูกคิดว่าไม่น่ารอดกลับมาได้ และด้วยสถานการณ์ที่ไม่อาจยื้อเวลาเสี่ยงดูรอจึงตัดสินขับจรวดออกจากดาวอังคารก่อนที่พายุจะพัดกระหน่ำหนักกว่าเดิม ซึ่งนั้นเองที่ทำให้ทีมสำรวจดาวอังคารที่นำโดยเมลิสซา ลิวอิส (Jessica Chastain) กับสมาชิกอีก 4 คน ได้แก่ ริค มาร์ติเนซ (Michael Pena),เบธ โจแฮนส์เซน (Kate Mara),คริส เบ็ค (Sebastian Stan) และอเล็กซ์ โวเกล (Aksel Hennie) สะเทือนใจกับเหตุการณ์ดังกล่าวและทำได้เพียงกลับโลกอย่างช้าๆจากเส้นทางที่ห่างไกล แต่หารู้ไม่ว่าการเสียสละที่น่าจะเสียใครไปกลับเป็นการปล่อยให้อยู่คนเดียวเมื่อมาร์ครอดชีวิตจากพายุบนดาวอังคารและหาหนทางใช้ชีวิตประจำวันให้อยู่ยาวที่สุดเพื่อหาวิธีกลับบ้าน ซึ่งฝ่ายที่รู้เรื่องว่ามาร์คยังไม่ตายคือกลุ่มองค์กรนาซ่าที่นำโดยเท็ดดี แซนเดอส์ (Jeff Daniels) และพยายามติดต่อสื่อสารด้วยวิธีที่ง่ายและเข้าใจถึงกันมากที่สุด เนื่องจากมาร์คที่อยู่ไกลถึงดาวอังคารไม่สามารถส่งข้อมูลใดๆได้จากอุปกรณ์ที่เหลือไม่กี่อย่าง สิ่งที่ทำได้คือการคิดและคำนวณความเป็นไปได้ทุกอย่างจากทรัพยากรที่มีอยู่ข้างตัว

Terminator Genisys (2015) ฅนเหล็ก มหาวิบัติจักรกลยึดโลก

Terminator Genisys (2015) | ฅนเหล็ก มหาวิบัติจักรกลยึดโลก
Director: Alan Taylor
Genres: Action | Adventure | Sci-Fi | Thriller
Grade: B-
 
ถ้าตามเนื้อผ้าหรือเนื้อเรื่องคงจะหาอะไรมาสานต่อไม่ได้อีกแล้วเพราะเรื่องราวของคนกับเครื่องจักรได้เห็นกันครบทั้ง 4 ภาค ตั้งแต่การไล่กระบวนการโกงอดีตของฝ่ายเครื่องจักรที่ไม่อาจยื้อทำสงครามในอนาคตจนต้องส่งหุ่นยนต์มาพิฆาตบุคคลสำคัญที่จะเป็นปรปักภายภาคหน้าได้ ซึ่ง The Terminator (1984) มีเนื้อเรื่องที่มองเพียงผิวเผินไม่ต่างกับหนังแอ็คชั่นทุนต่ำที่บรรเลงอย่างมันส์ระห่ำ แต่ได้แฝงความคิดที่ล้ำสมัยเกี่ยวกับเครื่องจักรที่ไม่ได้ถูกควบคุมจากมือมนุษย์แล้วเรียกตัวเองว่าสกายเน็ตด้วยอุดมการณ์ล้างเผ่าพันธุ์ให้หมดสิ้นไปเนื่องจากมองว่าเป็นภัยคุกคามที่แท้จริง โดยเรื่องราวในภาคแรกจะเห็นว่ามีการย้อนเวลาจากอนาคตมาอดีตเพื่อสังหารผู้ให้กำเนิดผู้นำต่อต้านเครื่องจักร ซึ่งเรื่องราวก็จบลงด้วยความพ่ายแพ้ของหุ่นสังหารและกลายเป็นการวนลูปข้ามเวลาเกี่ยวกับการให้กำเนิดผู้นำต่อต้านในอนาคต เนื่องจากคนที่ถูกส่งมาช่วยจากอนาคตคือพ่ออย่างไม่ต้องสงสัย แม้เรื่องราวจะจบลงไปแล้วส่วนนึงของการตัดไฟแต่ต้นลมแต่ไม่ได้หมายความว่าอนาคตจะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมแต่เป็นการยืดเวลาออกไปจนกระทั่งใน Terminator 2: Judgment Day (1991) ที่ยังได้ผู้กำกับ James Cameron ผู้ให้กำเนิดคนเหล็กจากฝันร้ายมาสร้างเป็นหนังได้สานเรื่องราวหลังเหตุการณ์ภาคแรกด้วยการให้ฝ่ายเครื่องจักรส่งหุ่นสังหารมากำจัดเช่นเดิม ทว่าที่แตกต่างจากเหตุการณ์ครั้งก่อนคือมีหุ่นสังหารมากกว่าหนึ่งตัวโดยแบ่งเป็นสองฝ่ายระหว่างสกายเน็ตที่พัฒนาหุ่นยนต์มีความสามารถกลายเป็นโลหะเหลวได้กับฝ่ายต่อต้านเครื่องจักรที่ได้ลงโปรแกรมหุ่นสังหารรุ่นเดียวกับภาคแรกมาเพื่อปกป้อง แม้จุดเริ่มต้นจะคล้ายกันในส่วนของการข้ามเวลามาเพื่อเปลี่ยนแปลงอดีตแต่มีหลายสิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือการเริ่มต้นของสกายเน็ตในช่วงพัฒนา ซึ่งภารกิจของภาคนี้จะไม่ใช่แค่รักษาชีวิตแต่รวมถึงขจัดต้นตอไปอีกด้วย จนมาถึงภาค Terminator 3: Rise of the Machines (2003) ที่เป็นภาคสุดท้ายและมีพล็อตเรื่องไม่แตกต่างจากสองภาคก่อนแต่เลือกจบลงด้วยการเกิดวิกฤตินิวเคลียร์ถล่มโลกและสกายเน็ตเป็นฝ่ายชนะ ซึ่งเผ่าพันธุ์มนุษย์เกือบสูญสิ้นแต่ยังเหลือผู้นำต่อต้านเครื่องจักรที่รอดมาได้ แม้จะพยายามหลีกเลี่ยงวันสิ้นมนุษยชาติมาหลายต่อหลายครั้งแต่สิ่งหนึ่งที่เห็นคือต่อให้แก้ไขอดีตสำเร็จไม่ได้แปลว่าอนาคตจะเปลี่ยนไปเสียทั้งหมดแต่เป็นการซื้อเวลาต่อรองซึ่งท้ายที่สุดก็ตกลงมาเป็นดังภาคแรกที่เล่าเรื่องราวการต่อสู้ของคนกับเครื่องจักรโดยมีการวนลูปที่ชัดเจน

White God (2015) 4 ขาล่าปิดเมือง

White God (2015) | 4 ขาล่าปิดเมือง | A+
Director: Kornél Mundruczó
Genres: Adventure | Drama | Thriller
 
"เปิดเผยเนื้อหาสำคัญ"

หนังจากประเทศฮังการีที่มาไกลจนได้รับรางวัล Un Certain Regard จากเทศกาลหนังเมืองคานส์ปี 2014 และรางวัล Palm Dog Award ไปอย่างไม่น่าแปลกใจเมื่อเรื่องนี้เกี่ยวกับชีวิตหมาในแบบที่หดหู่จนคนรักหมาอาจต้องรู้สึกสะเทือนใจตามๆกัน แต่สำหรับใครที่ไม่ได้เลี้ยงหมาหรือไม่สบอารมณ์กับหมาอาจต้องคิดใหม่เพราะเรื่องแสดงให้เห็นว่าคนที่มีอคตินั้นเลวร้ายยิ่งกว่าสัตว์สี่ขาเสียอีก ซึ่งแรงบันดาลใจของเรื่องนี้มาจากที่ตัวผู้กำกับ Kornél Mundruczó รู้สึกว่ากฎหมายในฮังการีไม่ยุติธรรมกับหมาโดยเฉพาะกับหมาพันธุ์ทางที่โดนมองเป็นเพียงหมาข้างถนนไม่ใช่พันธุ์แท้ที่หลายคนอยากได้หรือดูดีมีราคาสมแก่การเลี้ยงดู จึงกลายเป็นเรื่องราวของเด็กสาววัย 13 ชื่อลิลี่ (Zsófia Psotta) กับสุนัขฮาร์เก้นพันธุ์ทางของเธอที่ต้องเจอชะตากรรมถูกบีบบังคับโดยไม่ยินยอม เมื่อต้องทิ้งฮาร์เก้นไว้ข้างถนนเพียงเพราะความไม่พอใจของดาเนียล (Sándor Zsótér) พ่อของลิลี่ที่ต้องแบกรับภาระเลี้ยงดูชั่วคราวทั้งคนและหมาไม่ไหวเนื่องจากการเลี้ยงหมาพันธุ์ทางตามกฎหมายจะต้องเสียค่าธรรมเนียมและลงทะเบียนจึงจะถูกต้องตามกฎหมาย ทว่าเรื่องของเรื่องไม่ใช่แค่ต้องเสียเงินเท่านั้นเพราะยังมีหลายปัจจัยเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างสัตว์สี่ขาผู้ใสซื่อกับสัตว์สองขาผู้มีอคติจนท้ายที่สุดท้ายความสัมพันธ์ต้องแยกจากกัน เนื้อเรื่องอาจไม่ถึงกับแปลกอะไรแต่การเล่าเรื่องจัดว่าแปลกที่กล้าเอามุมมองที่มืดหม่นมาตีแผ่ได้อย่างหดหู่ใจทั้งคนและสัตว์ ที่สำคัญเรื่องนี้ไม่ได้ใช้กราฟฟิค CGI มาตกแต่งแต่อย่างใดในตอนท้ายเรื่องซึ่งทั้งหมดจำนวนที่รวมเข้าฉากมีทั้งหมด 274 ตัว อีกทั้งยังเป็นหมาเป็นพันธุ์ทางตามที่ผู้กำกับต้องการเอาไว้โดยต้องได้รับการฝึกไม่ต่ำกว่า 6 เดือนกันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะรักหมาหรือไม่การรับชมเรื่องนี้จะบอกได้ทันทีว่าสัตว์สี่ขาไม่ได้มีค่าแค่ข้างถนนแต่เป็นเพื่อนในยามเหงา ซื่อสัตย์ อ่อนโยน และพร้อมจะทำตามเจ้านายที่แท้จริงโดยไม่มีวันลืม
รูปภาพของฉัน
เกิดปี 2538 (1995) แค่คนที่เรียนจบสาธารณสุขศาสตร์ แต่ชอบดูหนังเป็นชีวิตจิตใจ ที่เขียนรีวิวเพราะอยากแบ่งปันความรู้สึกที่ตัวเองมีให้อ่าน และกำลังทำช่อง YouTube เกี่ยวกับหนังสือ(การ์ตูนเป็นหลัก)