แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 1994 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 1994 แสดงบทความทั้งหมด

Once Upon a Time... This Morning กาลครั้งหนึ่งเมื่อเช้านี้ (1994)

Once Upon a Time... This Morning (1994) ⭐1/2
Director: บัณฑิต ฤทธิ์ถกล
Genres: Drama

ปัญหาสังคมอย่างหนึ่งที่พบเจอได้ทุกที่ทั่วสากลโลกคือครอบครัว ซึ่งคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือคนที่ยังขาดความเข้าใจในโลกกว้างที่ซับซ้อนดังเช่นลูกๆที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ทำให้ทุกครั้งที่เกิดปัญหาจะสะเทือนจิตใจเป็นภาพจำในอดีต

Timecop (1994) ตำรวจเหล็กล่าพลิกมิติ

Timecop (1994) | 
Director: Peter Hyams
Genres: Action | Crime | Sci-Fi | Thriller

เห็น Jean-Claude Van Damme เล่นบทบู๊มาตั้งเยอะ ความสดใหม่หรือแปลกไปจากหนังประเภทอื่นไม่ค่อยมี ยกเว้นเรื่องนี้ที่พอมีความแตกต่างอยู่บ้าง โดยเกี่ยวกับเดินทางข้ามเวลา(แม้เอาเข้าจริงเป็นหนังขายแอ็คชั่นเหมือนเดิม) ซึ่งความเป็นหนังไซไฟนี้เองทำให้หนังเก็บรายได้อย่างงดงามที่ $101 ล้านทั้งที่ทุนสร้างเพียง $27 ล้านเท่านั้น

Mosquito (1994) ยุงมรณะ

Mosquito (1994) | 1/2
Director: Gary Jones
Genres: Horror | Sci-Fi

ยุงคือสิ่งมีชีวิตตัวน้อยที่สร้างความรำคาญและโรคแก่มนุษย์อยู่เสมอ จัดการเท่าไรก็ไม่หมดไปจากโลก สิ่งที่ทำได้คือการป้องกันตัวเองไม่ให้ถูกยุงกัด หรือช่วยกันเฝ้าระวังไม่ให้เกิดน้ำขัง ไม่เช่นนั้นยุงจะวางไข่สร้างลูกสร้างหลานอีกนับไม่ถ้วน แต่จะเป็นยังไงหากยุงไม่ได้ตัวเล็กอีกต่อไป เมื่อยุงได้กลายพันธุ์มีขนาดใหญ่ขึ้นหลายร้อยเท่า

Léon: The Professional (1994) ลีออง เพชฌฆาตมหากาฬ

Léon: The Professional (1994) | ลีออง เพชฌฆาตมหากาฬ
Director: Luc Besson
Genres: Action / Crime / Drama / Thriller
Grade: S

อยากจะดูแต่ไม่ยอมเปิด เพราะผลัดวันประกันพรุ่งมาตลอด จนที่สุดกลับมาคิดใหม่ถึงวันเวลาที่ผ่านไปว่าน่าเสียดายที่ดูช้ากว่าใครหลายคน แต่เป็นความโชคดีที่ได้ดูจนจบแล้วประทับใจและโศกเศร้าในหลายอย่างที่มอบให้ โดยเฉพาะนักแสดงที่ถ่ายทอดความเป็นตัวละครนั้นได้อย่างเต็มที่ ทั้ง Jean Reno ในบทนักฆ่า นามว่า ลีออน ,Natalie Portman ในบทเด็กสาวที่เพิ่งรอดตายฉิวเฉียดจนต้องอาศัยร่วมห้องกับลีออน และ Gary Oldman ในบทเจ้าหน้าที่ DEA สุดโฉดที่ไม่รู้จักคำว่าปราณี

The River Wild (1994) สายน้ำเหนือนรก

The River Wild (1994) | สายน้ำเหนือนรก
Director: Curtis Hanson
Genres: Adventure | Crime | Thriller
Grade: B+

เกล ฮาร์ทแมน (Meryl Streep) อยากพาครอบครัวเที่ยวธรรมชาติ หนีห่างจากตัวเมืองที่น่าเบื่อ โดยการเที่ยวครั้งนี้เป็นการล่องแก่งเพราะเธอมีความชำนาญทางนี้เพราะเป็นที่อยู่บ้านเกิดอีกด้วย ทว่าต้องไปพบกับเวด (Kevin Bacon) ชายหนุ่มอัธยาศัยดีที่มือใหม่มากๆกับการล่องแก่ง จึงเข้าช่วยอาสาช่วยนำทาง แต่ระหว่างทางไปเรื่อยๆยิ่งทำให้เกลค้นพบธาตุแท้ของชายคนนี้ที่ไม่ธรรมดา

Naked Gun 33 1/3: The Final Insult (1994) ปืนเปลือย 3

 
Naked Gun 33 1/3: The Final Insult (1994) | ปืนเปลือย 3
Director: Peter Segal
Genres: Comedy | Crime
Grade: B- 

มาถึงภาคสุดท้ายกันแล้วสำหรับนายตำรวจแฟรงค์ เดรบิน (Leslie Nielsen) ไม่สิต้องเรียกเฉยๆว่าแฟรงค์เพราะเลิกลาจากหน้าที่ตำรวจและหันมาใช้ชีวิตอย่างสงบกับเจน สเปนเซอร์ (Priscilla Presley) คนรักที่ตอนนี้เอาดีด้วยการเป็นทนายความในศาล เรื่องราวระหว่างแฟรงค์กับเจนไปได้ดีแต่ขาดสิ่งหนึ่งที่เจนยังไม่ได้นั้นคือพยานแห่งความรักของทั้งสองหรือการให้กำเนิดลูกสักคนซึ่งเป็นความฝันของเจนมาตลอด ทว่าแฟรงค์ต้องอึดอัดกับเรื่องนี้ทุกครั้งที่เจนขอมีลูกจนกระทั่งเริ่มเข้าใจและพร้อมจะมีลูก แต่แล้วเหตุการณ์บังเอิญจังหวะเหมาะกว่าที่แฟรงค์คาดคิดเมื่อเอ็ด ฮ็อคเก้น (George Kennedy) กับนอร์ดเบิร์ก (O.J. Simpson) สหายเก่าจากกรมตำรวจทั้งสองมาขอความช่วยเหลือช่วยสืบคดีลอบวางระเบิดที่กำลังจะเกิดขึ้นที่ไหนสักแห่งโดยเป็นแผนการของร็อคโค่ ดิลล่อน (Fred Ward) ที่อยู่ในคุกและกำลังจะหลบหนีเพื่อมาวางระเบิด ดังนั้นแฟงค์ต้องกลับมารับหน้าที่อีกครั้งด้วยการปลอมตัวเป็นนักโทษเข้าไปในคุกตีสนิทกับร็อคโค่เพื่อเอาแผนการร้ายก่อนที่คนบริสุทธิ์จะถูกทำร้าย ทว่าการที่แฟรงค์กลับมาทำงานอีกครั้งไม่เป็นที่พอใจของเจนเนื่องจากเพราะงานทำให้ต้องห่างกัน ดังนั้นนอกจากแฟรงค์ต้องตามสืบคดีอย่างเร่งด่วนแล้วยังต้องกลับมาชนะใจเจนเรียกความหวานกลับมาอีกครั้ง

Street Fighter (1994) ยอดคนประจัญบาน

 
Street Fighter (1994)
ยอดคนประจัญบาน
Director: Steven E. de Souza
Genres: Action | Adventure | Comedy | Thriller
Grade: D
  
ถ้าพูดถึงเกมต่อสู้ใครๆต้องพูดถึงชื่อสตีทไฟเตอร์ที่กลายเป็นเกมฮิตตลอดกาลจนมีให้เห็นอย่างมากในเกมตู้หยอดเหรียญ ซึ่งเอกลักษณะความโด่งดังมาจากโดดเด่นของตัวละคร การต่อสู้ และเนื้อเรื่องที่สนุกชวนน่าติดตาม แต่จะให้เป็นที่รู้จักและดังจริงๆเริ่มต้นที่ Street Fighter II: The World Warrior ที่มีการปรับปรุงให้ดีขึ้นจนได้หน้าตัวละครตามหนังเรื่องนี้ที่ถอดแบบมาอีกที ซึ่งโปรเจ็คนี้ก็ได้ผู้กำกับ Steven E. de Souza เป็นมือใหม่แต่เก๋าเรื่องเขียนบทมาก่อนอย่าง Die Hard 2 ภาคแรกและอีกหลายเรื่องในทางสายแอ็คชั่นเป็นหลัก เนื้อเรื่องก็ไม่ค่อยมีอะไรซับซ้อนประเดิมด้วยตัวร้ายของเรื่องด้วยนายพลเอ็ม ไบสัน (Raul Julia) ผู้ครองครองอาณาจักรชาดาลูที่ตอนนี้ได้ยึดตัวประกันเอาไว้หลายคนและจะจัดการฆ่าให้หมดหากอเมริกาไม่ยอมทำตามข้อเรียกร้องส่งเงินหลายล้านสหรัฐมาให้ ซึ่งตอนเปิดเรื่องก็ทำให้ดูเหมือนเป็นสงครามกลางเมืองจนกระทั่งระหว่างออกสื่อผู้การไกล์ (Jean-Claude Van Damme) ก็ขอท้านายพลเอ็ม ไบสันเอาซะดื้อๆจนกลายเป็นเรื่องใหญ่เข้าจนได้ แต่ที่ทำแบบนั้นเป็นแผนของผู้การไกล์จะได้รู้ที่ตั้งของนายพลเอ็ม ไบสันแอบซ่อนอยู่ที่ไหน ที่เห็นคือเนื้อเรื่องสเกลใหญ่สุดที่ว่าพล็อตพระเอกไปจัดการเหล่าร้ายเพื่อช่วยตัวประกัน ประเด็นคือเนื้อเรื่องย่อยลงแหละที่ทำเอาปวดหัวเสียนี่กระไร

Speed (1994) เร็วกว่านรก

Speed (1994)
เร็วกว่านรก
Director: Jan de Bont
Genres: Action | Adventure | Thriller
 
นี้คือหนังแอ็คชั่นลำดับต้นๆที่ไม่ว่ายังไงต้องหามาให้ได้เพราะสไตล์ของเรื่องนี้จำกัดอยู่แค่"ความเร็ว" ซึ่งหมายถึง Non-Stop ตลอดแทบทั้งเรื่องตั้งแต่เริ่มต้นจนหนังจบ โดยมีทฤษฏีง่ายๆเกี่ยวกับพาหนะคือ"ลิฟท์ รถเมล์ และรถไฟ" ส่วนเป็นยังไงนั้นลองไปฟังเรื่องย่อที่มาถึงเข้าเรื่องลิฟท์ที่โดนผู้ก่อการร้ายวางระเบิดพร้อมข่มขู่จะฆ่าคนได้อย่างสบายๆเพียงแค่กดก็ระเบิดปล่อยลิฟท์ร่วงไปตาย แต่เรื่องไม่ได้ง่ายขนาดนั้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจแอลเอที่ชื่อแจ็ค เทรเวน (Keanu Reeves) มาถึง ทำให้แผนผิดสูตรเพราะความฉลาดของแจ็คที่แก้สถานการณ์ได้เฉียบขาด ทว่าตัวแจ็กเองไม่สามารถจับคนร้ายได้เพราะชิงระเบิดตัวเองตายไปก่อน จนกระทั่งแจ็คได้รับสายจากใครบางคนที่ข่มขู่ว่ามีรถเมล์คันหนึ่งติดตั้งระเบิดเอาไว้และพร้อมจะเริ่มทำงานเมื่อมีการขับรถเร็วเลยที่กำหนดแต่ขณะเดียวกันหลังจากระเบิดทำงานไปแล้วก็ไม่สามารถหยุดรถได้ทั้งต้องรักษาระดับความเร็วของรถที่ 50 ไมล์ต่อชั่วโมงเพื่อไม่ให้รถระเบิด ส่วนคนร้ายที่วางระเบิดไม่ใช่ใครแต่เป็นฮาเวิร์ด เพย์น (Dennis Hopper)  คนเดียวกับที่เกือบจะระเบิดลิฟท์สำเร็จแต่พลาดให้กับแจ็ค และตอนนี้คือการแก้แค้นที่มีเพียงแจ็คที่ต้องตามเกมขณะที่ฮาเวิร์ดคือคนที่คุมเกมตลอดทั้งเกมอย่างไม่คลาดสายตา


สิ่งแรกที่บอกได้คือมันส์มาก มันส์ตั้งแต่เปิดเรื่องจนหนังจบแทบไม่เป็นอันพักหายใจกันสักนิด แถมยังรู้สึกได้ว่าความมันส์ที่ได้เป็นความคุ้มค่าที่ตีค่ามากกว่าฉากยิงหรือระเบิดอันวินาศสันตะโร เพราะ Speed คือความเร็วและแรงในการจับเนื้อเรื่องอันเข้มข้นที่ทำให้ผู้ร้ายฉลาดเข้าไว้ส่วนพระเอกตามเกมส์แก้ปัญหาให้ทัน ดังนั้นต่อให้รู้สึกว่าไม่มีฉากยิงหรือการดวลกันระหว่างผู้เอกกับผู้ร้ายตรงๆแต่สติปัญญานี่แหละที่ทำหน้าวัดกึ๋นทั้งสองฝ่ายว่าใครควรจะเหนือกว่าใครกันแน่ ซึ่งหนังมาได้ถูกทางอย่างที่สุดในแง่การทำแอ็คชั่นโดยไม่มีคำว่าล้นหรือน้อยเกินไป อีกอย่างคือหนังจะหนักไปทางลุ้นระทึกจึงมีอะไรให้น่าติดตามตลอดเวลายิ่งตอนที่มารู้ว่ารถเมลล์ติดระเบิดอยู่นี้ก็เป็นปัญหาชุดใหญ่แล้วว่าเป็นรถคันไหนล่ะ แต่คนร้ายใจดีบอกเลขบอกเวลาให้เสร็จสรรพปล่อยให้พระเอกไปตามล่ารถคันนั้นเอง ในฉากตามไล่กวดรถเมล์นี้ก็มันส์แสดงออกถึงความระห่ำของพระเอกชัดมากจนรู้แล้วล่ะว่าต่อให้ยากลำบากแค่ไหนก็ลุยไปได้ทุกสถานการณ์ต่อให้เว่อร์มากก็ตาม และเป็นแบบนั้นจริงๆนะ คือตอนเริ่มเรื่องจะเป็นลิฟท์เหมือนๆอาหารออเดอร์แล้วจานหลักคือรถเมล์ที่ลุ้นทั้งเรื่องก่อนจะปิดของหวานด้วยรถไฟ ไม่บอกนะว่าไปได้ยังไงแต่บอกได้เลยว่ามันเป็นอะไรที่สุดๆของสายแอ็คชั่นไม่เน้นบู๊แต่เน้นชิงไหวพริบ

เป็นหนังที่สร้างแล้วดังสนั่นไปทั่วจนนักแสดงอย่าง Keanu Reeves ต้องแจ้งเกิดไปตามๆกัน และดูจะใช่ซะด้วยที่มาทางนี้เพราะบทตัวเอกจะแข็งๆหน่อยแลดูซีเรียสและจริงจังตลอดเวลา แต่ก่อนหน้านี้คนที่เล่นบทตัวเอกคือ Jeff Bridges นะ แต่เกิดการขัดเกลาครั้งใหญ่ทั้งบททั้งนักแสดงทำให้ผลที่ออกมาเป็นเช่นนี้(ซึ่งเป็นอะไรที่น่าพอใจ) และเพราะแบบนั้นไม่รู้ว่าหนังจริงจังไปหรือเปล่าเพราะ Keanu Reeves เล่นแข็งไปหน่อยในบางช่วงจนเกือบจะไร้อารมณ์

ส่วนหนึ่งตัวเองก็พยายามปรับความเข้าใจเกี่ยวกับคาแรกเตอร์ที่มาดนิ่งของพระเอกว่าเป็นพวกใจเย็น รอบคอบ และไม่แหกกฎ ที่บอกไม่แหกกฎเพราะหนังแอ็คชั่นส่วนใหญ่พระเอกมักจะชอบทำอะไรที่ขัดใจผู้ร้ายอยู่บ่อยๆไม่ยอมให้สมหวังกันง่ายๆต่อให้มีเงื่อนไขก็ตามผิดกับเรื่องนี้ที่ต้องตามใจผู้ร้ายทุกระเบียบนิ้ว ส่วนหนึ่งต้องยอมรับด้วยว่าคนร้ายเก่งจริงในการวางแผนอย่างรอบคอบที่ปิดทางออกไปเกือบหมดจึงไม่แปลกใจถ้าพระเอกของเราจะทำอะไรไม่ได้นอกจากตามน้ำไปก่อน


ดูแล้วเป็นเรื่องที่ดีเพราะในสถานการณ์ฉุกเฉินขนาดนี้เป็นใครต้องมีสติหลุดไปเถียงคนร้ายกันบ้าง จะว่าคนร้ายในเรื่องมีเพียงคนเดียวเท่านั้นและแสดงโดย Dennis Hopper ดูท่าแสดงได้ดีไม่น้อยเหมือนพวกคลั่งระเบิดพอสมควร น่าเสียดายที่ในเรื่องเล่นไม่เยอะเท่าไหร่เพราะตลอดทั้งเรื่องส่วนใหญ่จะนั่งเก้าอี้ไล่ดูข่าวในทีวีที่กำลังถ่ายทอดสดเกี่ยวกับรถเมล์ติดระเบิด พูดแบบนี้ตัวหนังแอบกัดจิกพวกสื่อนักข่าวอยู่หน่อยๆด้วยนะ หาว่าเป็นตัวป่วนทำแผนตำรวจพังเพราะคนร้ายมันรู้น่ะสิว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

ที่ขาดไม่ได้คือตัวละครที่ทำให้หนังดูมีมิติคือแอนนี พอตเตอร์ เล่นโดย Sandra Bullock ตลอดทั้งเรื่องก็น้อยบทบาทไม่ได้ทำอะไรนอกจากขับรถเมล์แทนคนขับรถที่โดนยิงแทบทั้งเรื่อง พอมานึกๆแล้วหนังไม่มุ่งไปที่การแสดงคาแรกเตอร์ตัวละครมากนักเพราะพยายามเอาหลักความเป็นจริง สถานการณ์ต้องซีเรียส ดังนั้นไม่มีใครอยากเล่นบทพระเอกโชว์เท่นอกจากจะบอกว่าสิ่งที่จะทำต่อไปนี้คือหนทางรอด ไม่งั้นก็นั่งไปเฉยๆทำหน้าที่ของตัวเองแล้วปล่อยให้คนเก่งจริงทำต่อไป ฉะนั้นไม่มีหรอกตัวละครโชว์ความงี่เง่าของตัวเองแสดงถึงความเห็นแก่ตัวจนน่าบ่น จะมีแค่ตัวละครแสดงความหวาดกลัวออกมาทำให้เราเชื่อว่ามันน่าโดดออกจากรถติดระเบิดจริงๆ เนื่องจากสถานที่มันปิดตายเฉพาะในรถและรถต้องวิ่งโดยห้ามความเร็วต่ำกว่าที่กำหนด ซึ่งหมายความว่าถ้าไม่ใช่เพราะการผสานงานที่ได้ประสิทธิภาพของเหล่าตำรวจชี้ทางไปโน้นไปนี้ให้ดีๆอาจเจอรถติดได้ ซึ่งนั้นหมายถึงระเบิดไงล่ะ ลุ้นเอาการมิใช่น้อยที่หนังจะหาเนื้อเรื่องที่น้อยแต่เรื่องไปต่อยาวได้ไม่ซ้ำซากหรือน่าเบื่อ ส่วนหนึ่งมาจากความบ้าของพระเอก อย่างที่บอกคือพระเอกระห่ำมากยิ่งตอนวิ่งไล่กวดรถเมล์คือความมันส์ที่ไม่น่าเกิดแต่ก็เกิดขึ้นได้แถมแอบขำๆไปกับคนที่ถูกพระเอกยืมรถด้วย แล้วคิดไหมว่ารถเมล์ที่วิ่งด้วยความเร็วไม่ต่ำกว่า 50 ไมล์ต่อชั่วโมงพระเอกของเราจะขึ้นไปยังไง?


นี่ลืม Sandra Bullock ไปเลยกับตัวประกอบที่เพิ่มเข้ามาให้หนังดูน่าสดใสมากขึ้น(อันที่จริงต้องบอกว่าน่ารักมากขึ้นมากกว่า) แต่ดูแล้วเล่นดีเหมือนกันแถมดูเป็นตัวละครที่น่าเอาอย่างในสถานการ์ร้ายๆแต่ยังอาสายินดีขับรถแทนทั้งที่ตัวละครอื่นบนรถพากันสติแตกเพราะไม่เข้าใจว่าจะขับรถต่อไปทำไมถ้ามีระเบิดติดอยู่ แต่น่าเครียดไม่น้อยกับรถที่ต้องวิ่งโดยมีระเบิดติดอยู่ที่พร้อมระเบิดได้ 2 กรณี ระหว่างวิ่งรถช้าชนวนทำงานกับตัวร้ายไม่พอใจกดบรึ้มได้เองโดยไม่เสียเวลาคอย มันน่าลุ้นจริงๆต้องวิ่งบนถนนที่มีรถไปมา(คงไม่ต้องพูดถึงถ้าเกิดเรื่องแบบนี้ในกรุงเทพฯ) แต่ที่เซอร์ไพร์สไม่หายคือเจ้าตัวโกงมันเก่งที่คุมการกระทำของคนนอกรถกับในรถได้แล้วแบบนี้จะไปแก้เกมส์มันได้ยังไงล่ะ งานนี้เลยต่างชิงไหวพริบกันอย่างเมามันส์จับจุดแก้หน้ากันใหญ่ ที่สำคัญคือจังหวะการเล่าเรื่องทำได้ดีเสมอต้นเสมอปลายตลอดเวลาที่เดินไม่ลดลงเลยสักนิด พูดง่ายๆคือถ้าหนังจบคือจบไม่กั๊กทุกอย่างเคลียร์โดยสมบูรณ์เต็มที่โดยปริยาย มันส์เป็นมันส์ แอ็คชั่นเป็นแอ็คชั่น ไม่เสียเวลามานั่งอธิบายแค่รู้ว่าระเบิดติดรถและอย่าหยุดวิ่งแค่นั้นแหละ ฟังดูแล้วมันส์ได้ไงก็ลองไปหาดูแค่นั้นแหละที่บอกได้

เอาเป็นว่าทั้งลุ้นทั้งมันส์ทั้งเรื่องโดยไม่ต้องมีอะไรมากมายแค่ลุ้นเสียวไปตลอดระยะทางที่รถวิ่ง นับว่าสมชื่อ Speed แถมยังแจ้งเกิด Keanu Reeves จนเป็นที่รู้จักมากขึ้นในมาดแข็งทื่อแต่เก่งจนเรียกว่าอะไร ประมาณว่ามาดเข้มล่ะกัน เรื่องนี้แน่ะนำไปหาดูกันให้ได้โดยเฉพาะภาคแรกภาคนี้เท่านั้น ที่ต้องย้ำเพราะภาคต่อนั้นสุดแสนจะว่าไงดี ทั้งที่ผู้กำกับคนเดิมแต่อารมณ์หนังมันคนละขั้วโลกมาก ส่วนสถานการณ์เปลี่ยนเป็นเรือยอร์ชแบบโล่งๆในทะเลไม่เสียวไม่ลุ้นไม่ต้องพะวงว่าจะชนอะไร บอกแค่นี้จะดูภาคต่อไหมล่ะ ถ้าภาคแรกคือสิ่งที่ล้ำค่าภาคต่อคงเป็นเม็ดทรายไปเลยถ้าจะเอามาเปรียบเทียบกัน แต่ถ้าอยากลองสัมผัสก็น่าจะได้อยู่เพราะ Sandra Bullock ยังคงเล่นเป็นนางเอกแสนน่ารักเช่นเคยเพียงแค่ว่าพระเอกเปลี่ยนคนนะเออ

Pulp Fiction (1994) เขย่าชีพจรเกินเดือด

Pulp Fiction (1994) | เขย่าชีพจรเกินเดือด | S
Director: Quentin Tarantino
Genres: Crime | Drama

Pulp Fiction เป็นหนังที่ได้รับคำวิจารณ์ในทางบวกอย่างสูง เนื่องจากมีวิธีการดำเสนอเรื่องราวที่ธรรมดาไม่ให้ธรรมดาได้ด้วยวิธีการดำเนินเนื้อเรื่องไม่ให้ผู้ชมเดาทางตัวหนังได้ถูก โดยไม่มีการหักมุมใดๆทั้งสิ้นเล่าเรื่องอย่างตรงตัว มีเหตุผลและระเบียบแบบเส้นตรง ทว่ามีอยู่อย่างหนึ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้น่าสนใจคือลำดับเหตุการณ์ที่ไม่นับหนึ่งสองสาม แต่เป็นสามหนึ่งสองหรืออีกนัยหนึ่งคือไม่จัดลำดับโครงเรื่องตามเวลาจริงเพียงแค่เล่าเรื่องตามเหตุการณ์แบบเจาะจงไม่เบี่ยงเบนไปทิศทางอื่น ซึ่งเมื่อรู้ตัวอีกทีตอนหลังหนังจบจะพบว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นไปตามเรื่องราวจริงๆแค่สลับลำดับวันเวลาเท่านั้น ซึ่งนั้นไม่ใช่การหักมุมแต่เป็นการเล่าเรื่องแบบใหม่ที่ไม่จำเจและชวนน่าสงสัยถึงเรื่องราวก่อนและหลังว่ามีที่มายังไงกันแน่ ซึ่งบางทีถ้าลองสังเกตจะต้องประหลาดใจกับองค์ประกอบที่ได้เจอกับตัวหนังที่แนบเนียน

Death Machine (1994) เครื่องจักรสังหารโหด

Death Machine (1994) | เครื่องจักรสังหารโหด | C-
Director: Stephen Norrington
Genres: Action | Horror | Sci-Fi | Thriller

ในโลกอนาคตเกี่ยวกับบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ชื่อ CHAANK บริษัทนี้ได้คิดค้น ออกแบบ และ ผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์สำหรับการรบ ซึ่งไม่เป็นที่ยอมรับของผู้คนในสังคมเพราะความผิดศีลธรรม จนเกิดกลุ่มบุคคลกลุ่มหนึ่ง ได้แก่ แซม ไรมี่(John Sharian),ยูทานิ(Martin McDougall),เวย์แลน(Andreas Wisniewski)พยายามลักลอบเข้าไปในบริษัท เพื่อจัดการทำลายตัวบริษัทให้เกิดตกงาน แต่นั้นไม่ใช่เรื่องที่คาดเอาไว้ถ้าปัญหาจริงไม่ใช่เรื่องที่ทำแต่เป็นเรื่องที่เจอ จากเจ้าหน้าที่ของบริษัทเฮย์เดน แคร์(Ely Pouget)ที่ไม่เห็นด้วยกับการทำงานของแจ๊ค เดนตี๊(Brad Dourif)ที่อยู่เบื้องหลังการสร้างอาวุธทำลายล้างต่างๆและพร้อมจะเปิดโปรงและยุบโปรเจ็คที่ทำให้หายไป ซึ่งนั้นทำให้เดนตี๊ไม่พอใจและทำให้เขาอยากจัดการทุกคนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้สร้างเครื่องจักรสังหารขึ้นมาใหม่ และตัวนี่ก็ต่างจากสิ่งประดิษฐิ์เดิมที่ว่า มันไม่มีความปราณีและเกิดมาเพื่อกำจัดเป้าหมายให้สิ้นซาก

Aftermath Genesis (1994) หนังโคตรโหด,โครตพ่อโครตแม่ซอว์

Aftermath Genesis (1994) | หนังโคตรโหด,โครตพ่อโครตแม่ซอว์ | A-
Director: Nacho Cerda
Genres: Short | Horror
http://www.imdb.com/title/tt0159241/

ผมขออธิบายก่อนนะครับว่าชื่อไทยนี่ผมไม่ทราบจริงๆว่าเกี่ยวอะไรกับซอว์แต่คิดว่าหนังเรื่องนี้เดิมก็ไม่มีชื่อไทยอยู่แล้วจึงเป็นที่เรียกว่าหนังโคตรโหด แต่ตอนหลังไม่รู้ใครตั้งให้เป็นโครตพ่อโครตแม่ซอว์ ถ้าจะให้คิดคือเรื่อง SAW จัดว่าเป็นภาพยนตร์ที่โหดเอาเรื่องจึงคิดว่านี่ล่ะโหดของแท้แต่ไม่ใช่ครับเมื่อเจอเรื่องนี้จัดว่าวิปริตโหดของแท้ยิ่งกว่านั้นมากจึงใช้ชื่อโครตพ่อโครตแม่ซอว์ให้คิดว่าเรื่องนี้มันยิ่งกว่าซอว์ทำเองเสียอีก
รูปภาพของฉัน
เกิดปี 2538 (1995) แค่คนที่เรียนจบสาธารณสุขศาสตร์ แต่ชอบดูหนังเป็นชีวิตจิตใจ ที่เขียนรีวิวเพราะอยากแบ่งปันความรู้สึกที่ตัวเองมีให้อ่าน และกำลังทำช่อง YouTube เกี่ยวกับหนังสือ(การ์ตูนเป็นหลัก)