แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 2014 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 2014 แสดงบทความทั้งหมด

Kabukicho Love Hotel (2014)

Kabukicho Love Hotel (2014) | 
Director: Ryuichi Hiroki
Genres: Drama | Romance

"เปิดเผยเนื้อหาสำคัญ"

อธิบายได้ยากและไม่ยากในตอนจบที่คละไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย จะเศร้าหรือสุข จะทุกข์หรือดีใจ ล้วนมีที่มาที่ไปจากจุดเล็กๆที่โยงถึงเรื่องเพศ โดยเฉพาะการมีเพศสัมพันธ์ในแบบที่ไม่ใช่ความรักเป็นหลัก แต่เป็นเรื่องของเซ็กซ์ที่ใช้เพื่อเรื่องงานซะมากกว่า ซึ่งเรื่องทั้งหมดได้ถูกรวมจากเรื่องของใครหลายต่อหลายคนมารวมกันที่โรงแรมที่มักลงเอยเพียงแค่เรื่องสำเร็จความใคร่ แน่นอนว่าสายตาของคนในสังคมจะมองเป็นเรื่องสกปรก เป็นเรื่องน่าละอาย ไม่มีสำนึกของความเป็นคน แต่จะอะไรนั้นสุดท้ายก็คืองานอยู่ดี ทั้งนี้บางทีใช่ว่าจะเรื่องงานเพราะอาจเป็นอารมณ์อย่างหนึ่งที่รู้สึกอยากจะเข้าหาต่อกันราวกับแม่เหล็กที่เกิดมาคนละขั้วและต้องดึงดูดต่อกัน อาจจะฟังดูไร้เหตุผลแต่ไม่จำเป็นเสมอไปว่าความรักหรือเซ็กซ์จะต้องมีคำอธิบายในสิ่งที่ทำลงไป มันก็แค่อารมณ์อย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นและถ้าได้สนองในอารมณ์นั้นเราจะไม่นึกคั่นกลางขัดจังหวะ จะบอกว่าไงดี จะบอกตรงๆว่าเป็นความ"เงี่ยน"ก็ว่าได้(มั้ง)

Creep (2014) สยอง

Creep (2014) | 
Director: Patrick Brice
Genres: Horror | Thriller

หนังนอกกระแสแนว Found footage ที่มีพล็อตชวนน่าเห็นใจ เมื่อ อาร์รอน (Patrick Brice) ได้รับการว่าจ้างให้มาถ่ายวีดีโอบันทึกชีวิตประจำวันให้กับ โจเซฟ (Mark Duplass) ผู้ซึ่งป่วยเป็นเนื้องอกในสมองและมีเวลาเหลืออยู่บนโลกแค่ 2 เดือน ก่อนจากไปคงจะดีหากลูกๆหรือครอบครัวมาเห็นช่วงชีวิตสุดท้ายของเขาที่อยากใช้ชีวิตร่วมกัน

Ao oni (2014)

Ao oni (2014) | 1/2
Director: Daisuke Kobayashi
Genres: Horror | Sci-Fi

เคยได้ยินชื่อเสียงทางด้านเกมจนต้องไปดูที่เขาเล่นกันว่าน่ากลัวแค่ไหน ซึ่งรูปแบบเกมไม่มีอะไรมาก ให้เดินสำรวจพร้อมกับไขปริศนาตามจุดต่างๆ แต่ระหว่างที่เดินต้องระแวงระวังปีศาจสีน้ำเงินตัวใหญ่ (ค่อนไปทางม่วง) ที่โผล่ออกมาตอนไหนก็ได้ ถ้าเจอตัวเมื่อไรจะตามติดเป็นตังเม วิธีรอดคือต้องหนีสถานเดียว แน่นอนว่าเกมไม่ได้แปลกพิสดาร แต่อยู่ที่ความน่ากลัวที่ไม่รู้จะต้องหนีตอนไหนและไปไหนต่อ

American Guinea Pig: Bouquet of Guts and Gore (2014)

American Guinea Pig: Bouquet of Guts and Gore (2014) | 1/2
Director: Stephen Biro
Genres: Horror

จับคนมาชำแหละร่างกายที่รู้จักกันดีคือ Guinea Pig 2: Flower of Flesh and Blood (1985) หรือสนัฟฟิล์มที่สมจริงที่สุดที่ดูมา กระทั่งมาเจอหนังเรื่องนี้ที่ทำลักษณะเดียวกันอย่างกับรีเมคให้ดูเป็นชาวอเมริกัน ความโหดความทารุณต้องบอกว่าเต็มที่มากไม่แพ้กัน ฉะนั้นใจไม่ถึงหรือแพ้เลือดเห็นไม่ได้ก็อย่าดูเสียดีกว่า

The Master (2014) เดอะ มาสเตอร์

The Master (2014) | เดอะ มาสเตอร์ | A-
Director: นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์
Genres: Documentary

"ความรุ่งโรจน์ของนักดูหนังที่เสมือนใบเบิกทางที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว"

ถามว่าเกิดทันใช้วีดีโอไหม แน่นอนว่าทันใช้และชอบมากด้วย แต่เทียบกับอายุในช่วงนั้น (ประมาณ 5-7 ขวบ) คือยังเด็กและไม่สนใจเกี่ยวกับหนังเท่าไรนัก เวลาไปร้านเช่าวีดีโอจะพุ่งหาโซนการ์ตูนก่อนเป็นอันดับแรก พวกหนังแทบไม่สนใจหรืออยู่ในสายตา แต่พอดูมากขึ้นก็เริ่มขยับโซนเพราะคิดว่าตอนเช้ามีการ์ตูนดูในโทรทัศน์อยู่แล้ว อีกอย่างไม่ต้องเสียความรู้สึกข้ามม้วนข้ามตอนจากการที่ต่างคนต่างยืม

The Taking of Deborah Logan (2014) หลอนจิตปริศนา

The Taking of Deborah Logan (2014) | หลอนจิตปริศนา
Director: Adam Robitel
Genres: Horror / Mystery / Thriller
Grade: B+

"สำหรับคนใจร้อน ทนไม่ได้อย่าทน" ไม่เช่นนั้นจะคิดว่าเป็นหนังที่ไม่สนุกและน่าเบื่อ เพราะวิธีการเล่ากึ่งสารคดีและเกี่ยวกับการแพทย์ ซึ่งเรื่องจะพูดถึงกลุ่มนักศึกษาที่กำลังทำวิจัยโรคอัลไซเมอร์ในผู้สูงอายุ โดยกลุ่มตัวอย่างเป็นหญิงชราครอบครัวหนึ่ง มีปัญหาจากโรคดังกล่าวและเริ่มส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันมากขึ้นทุกวัน เพราะความทรงจำค่อยๆเลือนหายไปและต้องกระตุ้นด้วยการฝึกคิดทบทวนอยู่เสมอ

Paddington (2014) แพดดิงตัน คุณหมี หนีป่ามาป่วนเมือง

Paddington (2014) | แพดดิงตัน คุณหมี หนีป่ามาป่วนเมือง
Director: Paul King
Genres: Adventure | Comedy | Family | Fantasy
Grade: B+

แปลกใจอยู่อย่างเกี่ยวกับหมีพูดภาษาคนได้แล้วไม่มีใครแตกตื่น ทุกอย่างดูเป็นเรื่องปกติสามัญทั้งที่ควรเป็น ซึ่งดูแล้วภาพลักษณ์ของหมีไม่เชิงว่าเป็นสัตว์ป่าอย่างที่ใครๆเห็นกัน แต่เป็นการเปรียบเทียบสิ่งที่แตกต่างนี้ว่าต่างถิ่น โดยสอดคล้องในเรื่องการอพยพย้ายถิ่นฐานจากบ้านนอกเข้ากรุง หรือให้เข้าเรื่องคือหมีนามว่า"แพดดิงตัน"เดินทางจากเปรูมาลอนดอนเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่

A Hard Day (2014) แผนล่าคนลวง

A Hard Day (2014)
แผนล่าคนลวง
Director: Seong-hoon Kim
Genres: Action | Crime | Thriller
Grade: A-

"เปิดเผยเนื้อหาสำคัญ"

เรื่องความซวยไม่เข้าใครออกใครอยู่แล้ว จะเป็นวันนี้หรือเวลาไหนก็ได้ อย่างเช่นช่วงแรกของเรื่องนี้ที่ให้ความซวยมาเต็มที่จนถูกจริตคนชอบดูความซวยของคนอื่นเป็นเรื่องตลกได้อย่างสนุกสนาน เรื่องของเรื่องเริ่มขึ้นในคืนของกอนซู (Sun-kyun Lee) ในพิธีจัดงานศพแม่ของตัวเอง แต่ระหว่างงานในพิธีเกิดเพื่อนที่เป็นตำรวจด้วยกันโทรหาอย่างเร่งด่วนเพราะถูกสอบสวนเรื่องติดสินบนที่ถูกพบเก็บไว้ที่โต๊ะของเขาที่สำนักงาน ดังนั้นกอนซูจึงต้องรีบขับรถออกไปเคลียร์ปัญหาของตัวเองก่อนจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ ทว่าระหว่างขับรถอย่างเร่งด่วนก็ดันไปขับชนใครบางคนเข้าอย่างไม่ทันระวัง ด้วยความไม่รู้จะทำยังไงจึงซ่อนศพเอาไว้ที่หลังรถของตัวเองเสียก่อนจะจัดการศพนั้นอีกที แต่แล้วศพเจ้าปัญหานั้นได้ก่อปัญหาขึ้นเพราะกลายเป็นบุคคลในประกาศจับที่กำลังจะไปจับพอดี แค่นั้นยังไม่หมดเมื่อมีสายเข้าปริศนาถึงกองซูที่พูดถึงศพนั้นเหมือนรู้เห็นยังไงอย่างงั้นและเจาะจงแค่เขาอีกด้วย เรื่องจะยังไงนั้นบอกได้คำว่านี่คือเรื่องราวของตำรวจที่ซวยสมกับชื่อเรื่องที่กลายเป็นวันที่ลำบากยากเข็ญไม่ต้องพักไม่ต้องนอนกันแล้ว

Non-Stop (2014) เที่ยวบินระทึก ยึดเหนือฟ้า

Non-Stop (2014)
เที่ยวบินระทึก ยึดเหนือฟ้า
Director: Jaume Collet-Serra 
Genres: Action Mystery Thriller
Grade: B-
 
 คงไม่ผิดอะไรถ้าจะขอเริ่มบอกว่าเรื่องนี้มีดีมาตลอดจนกระทั่งไคล์แม็กซ์ทำให้ตกอยู่สภาพตกม้าตายเป็นท่าดีทีเหลวกลายเป็นอีกอารมณ์ไปเลย นั้นเพราะการเฉลยค่อนข้างคลุมเครือไม่สามารถเอาความดีในส่วนแรกของหนังมาประคับประคองไปตลอดรอดฝั่งได้ทั้งที่เนื้อเรื่องก็น่าสนใจประกอบการเล่าเรื่องก็ช่วยให้น่าลุ้นระทึกตลอดเวลา นั้นทำให้นึกถึงหนังที่มีสถานการณ์บนเครื่องบินอย่าง Red Eye (2005) ที่เล่นสถานการณ์ปิดตายโดยมีนางเอกกับตัวร้ายแค่สองคนบนเครื่องแถมตัวร้ายก็เลือกจะไม่ปกปิดฐานะตัวเองแต่เลือกจะเปิดเผยอย่างใจเย็นพร้อมคุมสถานการณ์อย่างอยู่หมัด ผิดกับเรื่องนี้ที่มีสภาพเป็นแมวไล่จับหนูที่ซ่อนอยู่ที่ไหนสักที่บนเครื่องบิน โดยมีบิลล์ มาร์สค์ (Liam Neeson) ตำรวจอากาศมีหน้าที่แฝงตัวเข้ามาเป็นผู้โดยสารเครื่องบินเพื่อสำรวจตรวจการต่างๆระหว่างเดินทาง จนกระทั่งพบกับข้อความที่จู่ๆก็ส่งมายังมือถือพร้อมกับข้อเสนอให้ส่งเงิน 150 ล้านเหรียญมาตามบัญชีที่บอกไม่งั้นจะมีคนบนเครื่องบินตายทุก 20 นาที จากข้อความเปล่าที่ส่งมาเป็นคำขู่อาจเป็นเรื่องปกติสำหรับบิลล์ที่ตั้งใจส่งมาแกล้ง ทว่าบางอย่างทำให้บิลล์เริ่มไม่ไว้ใจกับข้อความที่ส่งมาแค่ขู่เพราะบิลล์เริ่มรู้สึกแปลกใจที่ข้อความที่ส่งมาล่วงรู้ว่าเขาคือใคร ทำงานอะไร กำลังทำอะไรอยู่ และที่ทำให้บิลล์หัวเสียขึ้นมาทันทีคือการรู้อดีตว่าเคยมีลูกสาวตัวน้อยซึ่งนั้นได้ส่งกระทบต่อชีวิตบิลล์มามากมาย ด้วยเหตุนี้ทำให้เขาเริ่มตระหนักถึงการส่งความที่ไม่ใช่เรื่องตลกอีกต่อไปและสถานการณ์ก็เริ่มตึงเครียดมากขึ้นเพราะไม่อาจหาเบาะแสใดๆจน 20 นาทีผ่านไปมีคนตายจริงๆ

The Babadook (2014) บาบาดุค ปลุกปีศาจ

The Babadook (2014)
บาบาดุค ปลุกปีศาจ
Director: Jennifer Kent
Genres: Horror | Mystery
Grade: B+

"เปิดเผยเนื้อหาสำคัญ"

นี้คือหนังผีที่ลึกๆแล้วเป็นผีที่มีตัวมีตนมีเลือดเนื้อแบบคนอย่างเราๆเว้นบางสิ่งที่ถูกตีแยกออกไปกลายเป็นการกระทำเหนือธรรมชาติบนพื้นฐานความหลอกลวง หลายสิ่งหลายอย่างมาจากการเพาะบ่มจนเกิดด้านมืดในจิตใจจากผลกระทบต่างๆมากมายเช่นเดียวกับหนังสยองขวัญจากออสเตรเลียเรื่องนี้ที่แสดงถึงแล้วว่าความน่ากลัวจริงๆไม่ได้เกิดจากวิญญาณผีร้ายเป็นหลักแต่เริ่มที่บรรยากาศโดยรวมจนไม่จำเป็นที่ว่าผู้ชมจะเห็นหน้าตาของผีเพียงไม่กี่วินาทีก็สามารถหลอนได้เพราะเกิดจากความไม่ไว้ใจ หวาดระแวง และสงสัย ทว่านอกจากความกลัวที่ตัวหนังพยายามกัดกินผู้ชมนั้นยังเสริมด้วยความตึงเครียดจากสองแม่ลูกระหว่างเอมิเลีย แวเน็ค (Essie Davis) แม่ผู้ซึมเศร้าต่อการตายของสามีจนรู้สึกหน่ายต่อสังคมกับแซมเมล แวเน็ค (Noah Wiseman) เด็กที่มีนิสัยก้าวร้าวต่อต้านในหลายๆสิ่งที่ตัวเองไม่ยอมรับ สิ่งแรกของการเล่าเรื่องคือความสัมพันธ์แม่ลูกอันแสนหม่นหมองและย่ำแย่ในแง่คนในครอบครัวเนื่องจากทั้งแม่ทั้งลูกก็ล้วนไม่มีความเข้าหาด้วยความจริงใจกันเลย ราวกับทั้งสองมีเรื่องบาดหมางไม่พอใจเก็บซ่อนเอาไว้แล้วพูดออกมาและเมื่อไม่บอกกันตรงๆก็สะสมอาการมาเรื่อยๆจนเป็นที่น่าขัดข้องใจว่าเพราะอะไร อีกทั้งงานวันเกิดของแซมเมลก็ดูจะเป็นวันธรรมดาเช่นทุกวันไม่มีอะไรพิเศษแบบที่ในวันเกิด ซึ่งเอมิเลียไม่เคยสักครั้งที่จะฉลองงานวันเกิดให้ลูกตัวเอง นั้นทำให้แซมเมลไม่พอใจในความเอาใจใส่ของแม่และหาหนทางเรียกร้องความสนใจ ในทางกลับกันยิ่งกลายเป็นกระตุ้นเรื่องอดีตอันแสนเลวร้ายของเอมิเลียเพราะวันเกิดของลูกตรงกับวันที่เสียสามีของเธอไป

Dracula Untold (2014) แดร็กคูล่า ตำนานลับโลกไม่รู้

Dracula Untold (2014) | แดร็กคูล่า ตำนานลับโลกไม่รู้
Director: Gary Shore
Genres: Action | Drama | Fantasy | Horror | War
Grade: C+

อย่างแรกรู้สึกชอบเป็นการส่วนตัวกับพล็อตเรื่องแดร็กคูล่าที่เล่าได้สดใหม่และผูกเรื่องราวถึงความจำเป็นที่ตัวเองต้องกลายเป็นที่รังเกียจของผู้คน อย่างที่สองรู้สึกผิดหวังที่ขาดการชักจูงมิติตัวละครให้ชวนร่วมอรรถรสจนไม่สามารถดึงในส่วนนั้นๆออกมาได้อย่างเต็มที่ สุดท้ายกลายเป็นหนังที่น่าสนใจแต่ไม่ค่อยน่าจดจำเท่าไร ถ้าถามว่าสนุกไหมยังจัดว่าสนุกในระดับที่โอเคไม่ดูน่าเกลียดเกินไปอย่างเรื่องของเอฟเฟคต่างๆที่ยังดูเนียนและได้กลิ่นอายด้านมืดอย่างเต็มที่อีกด้วย แต่ที่น่าสนใจที่สุดคือจ้าวแห่งแวมไพร์ (Charles Dance) ที่บทน้อยแต่โดดเด่นเรื่องการใชคำพูดหลอกล่อเจ้าชายวลาด (Luke Evans) แห่งวัลลาเชียให้หมดทางเลือก เนื่องจากวลาดเกิดปัญหาใหญ่หลวงขึ้นเมื่อเมห์เม็ด (Dominic Cooper) หรือผู้นำเติร์กต้องการเกณฑ์คนมาเป็นทหารเพิ่ม แต่วลาดเหมือนจะปฏิเสธเพราะเลือกอยู่อย่างสงบทว่าถ้าไม่ทำตามคำสั่งจะใช้วิธีบังคับให้ประชาชนของวลาดทุกคนมาเป็นทหารไม่เลือกหน้าและถูกกวาดล้างเมือง แม้แต่อินเกรัส (Art Parkinson) ลูกของวลาดต้องไปอยู่กับเมห์เม็ดในการทำศึกด้วย ทำให้วลาดทำใจข้อเสนอนี้ไม่ได้ที่ถูกกดขี่มากเกินไปจึงต้องปกป้องชาวเมืองจากการรุกรานของพวกเติร์กด้วยการทำลายข้อเสนอที่บังคับนี้และพาชาวเมืองหลบหนี ทว่าด้วยความสามารถที่มีก็ไม่อาจยับยั้งได้ตลอดรอดฝั่งจึงไปหาตำนานที่อยู่ในเขาแห่งหนึ่งที่มีถ้ำซึ่งมีปีศาจอยู่ และนั้นทำให้วลาดเจอกับเจ้าแวมไพร์ที่มีข้อเสนอชวนหลงใหลที่จะมอบอำนาจพิเศษมีพลังเกินมากมายที่หาใครสู้ได้ แต่มีข้อแลกเปลี่ยนเมื่อรับพลังนี้แล้วจะไม่อาจทนต่อแสงแดด แพ้ของที่ทำด้วยเงิน และเกิดความกระหายเลือดที่หักห้ามใจได้ยาก กระนั้นถ้าพ้น 3 วันแล้วไม่ได้ดื่มเลือดจากใครจะหายกลายเป็นคนธรรมดาเว้นแต่ถ้าดื่มไปแล้วจะกลายเป็นแวมไพร์ตลอดกาล

The Admiral: Roaring Currents (2014) ยีซุนชิน ขุนพลคลื่นคำราม

The Admiral: Roaring Currents (2014)
ยีซุนชิน ขุนพลคลื่นคำราม
Director: Han-min Kim
Genres: Action | Drama | History | War
Grade: B+

เป็นเรื่องจริงของประวัติศาสตร์เกาหลีใต้เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ปี ค.ศ. 1597 ด้วยการเอาชนะกองทัพเรือญี่ปุ่นกว่า 300 ลำทั้งที่ตัวเองมีแค่ 13 ลำเท่านั้น อาจจะฟังดูเวอร์เกินจริงไปบ้างแต่เรื่องนี้ได้พิสูจน์ถึงกลยุทธ์อย่างช่ำชองถึงการวางแผนที่แยบยลกับความกล้าหาญที่ไม่ยอมแพ้ โดยทางเรื่องเริ่มต้นที่ยีซุนชิน (Min-sik Choi) แม่ทัพเรือฝ่ายเกาหลีที่เจอศึกหนักทำหน้าที่เป็นด่านทางน้ำกันพวกญี่ปุ่นขึ้นฝั่งไปเมืองหลวง แน่นอนว่าในขณะนั้นฝ่ายเกาหลีมีสภาพที่ย่ำแย่ตกรองจนโอกาสคว้าชัยกลับมาเป็นเรื่องได้ยาก โดยเฉพาะกำลังใจที่ค่อยๆเลื่อนหายไปจากเหล่าทหารทีละเล็กทีละน้อย ไม่เว้นแม้แต่ยีซุนชินที่ทรุดหนักทั้งทางร่างกายและจิตใจกับการถูกฝ่ายญี่ปุ่นหลอกใช้และถูกทำโทษสถานหนักก่อนจะเล็งเห็นความสำคัญในตัวยีซุนชินให้กลับมารับใช้ชาติอีกครั้ง แต่อะไรไม่เท่ากับการทำศึกน่านน้ำที่แทบจะไม่มีชัยชนะเพราะกำลังพลที่แตกต่างราวฟ้ากับเหว ซึ่งความหวังสุดท้ายคือการใช้กลยุทธ์เรือเต่าอันเป็นแผนเด็ดของยีซุนชินที่ใช้สู้แบบมุทะลุลุยใส่ข้าศึกด้วยเรือที่แข็งแกร่งกว่า ทว่าระหว่างรอเรือเต่าที่ใกล้เสร็จก็มีเรื่องมากวนใจมากมายและหนึ่งในนั้นคือความเห็นของทหารคนอื่นๆที่มองในตัวยีซุนชินกลายเป็นคนไร้สติประเมินตัวเองสูงเกินไปทั้งที่ผลลัพธ์ก็ปรากฎตรงหน้าแล้วแท้ๆ แต่แล้วประวัติศาสตร์ต้องจารึกไว้ว่าคนที่ทำศึกได้อย่างชาญฉลาดต้องยึดหลักความอดทนและใจเย็นเท่านั้นถึงจะสำเร็จได้ และยีซุนชินคือคนนั้นที่สามารถสยบทัพเรือญี่ปุ่นด้วยตัวเพียงคนเดียว

Zombeavers (2014) บีเวอร์ซอมบี้

Zombeavers (2014) | บีเวอร์ซอมบี้
Director: Jordan Rubin
Genres: Action | Comedy | Fantasy | Horror
Grade: C
 
จะซอมบี้ไม่รู้กี่เรื่องต่อกี่เรื่องก็คือคนที่ไล่กัดกินคนด้วยความกระหายไม่รู้จักจบสิ้นและก็วนเวียนกันอยู่แค่สัตว์ชั้นสูงที่ไม่ว่าหมาแมวเป็ดไก่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง กับบางเรื่องอาจนำสุนัขสัตว์คู่ใจที่เชื่องต่อการจงรักภักดีมาช่วยเหลือเพราะประการแรกพวกมันไวต่อการสัมผัสช่วยได้ในยามเราเผลอ ประการที่สองมันช่วยได้เพราะตัวมันเองไม่มีปัญหากับซอมบี้เนื่องจากไม่ใช่อาหารจานโปรดที่โดนเขมือบได้ และประการสุดท้ายพวกมันซื่อสัตย์ นี้อาจเป็นเรื่องที่ไม่ยากเย็นอะไรกับสัตว์เลี้ยงที่พบได้อยู่ประจำ แต่ถ้าเกิดไม่ใช่สัตว์เลี้ยงแต่เป็นสัตว์ป่าธรรมดาชนิดหนึ่งแบบที่หนังเรื่องนี้ยกมาเราจะแปลกใจไหม ในขณะเดียวไม่ได้เล่ามาในเชิงเป็นมิตรเสียด้วยหากเป็นภัยคุกคามที่คาดว่าจะขยายเป็นระดับโลกในไม่ช้าจากจุดเกิดเหตุเล็กๆ นั้นคือบีเวอร์ที่กล่าวได้ว่าคือสัตว์จอมขยันสร้างเขื่อนกั้นน้ำตลอดจนถึงชอบแทะไม้จนนิสัยไม่ต่างกับหนูทั่วๆไปแค่ชอบว่ายน้ำและตัวใหญ่กว่าเท่านั้นเอง ก็ว่ากันอยู่ในหมู่สายหนังสัตว์โลกน่ารักหรือหนังที่มีสัตว์เป็นตัวเรื่องหลัก(แน่นอนว่าการบอกน่ารักไม่ได้หมายถึงจะน่ารักจริงๆแต่อย่างใดเพราะมันคือตลกร้ายเอาไว้เรียกกลุ่มหนังสยองขวัญ) เช่น แมงมุม งู ปิรันย่าใน แม้กระทั่งมดยังเคยเอามาสร้างเป็นหนัง  สัตว์พวกนี้เดิมทีก็ร้ายอยู่พอตัวแล้วเมื่อเพิ่มมิติของความร้ายกาจลงไปการจะเห็นความน่ากลัวมากขึ้นจึงไม่แปลก ทว่ากับบีเวอร์จะมีกี่คนที่มองเป็นสัตว์น่ากลัวแถมยังปรุงแต่งให้กลายเป็นซอมบี้อีกต่างหาก

Edge of Tomorrow (2014) ซูเปอร์นักรบดับทัพอสูร

Edge of Tomorrow (2014)
ซูเปอร์นักรบดับทัพอสูร
Director: Doug Liman
Genres: Action | Adventure | Sci-Fi
Grade: A-

ก่อนจะมาเป็นหนังได้ต้องถูกดัดแปลงมาจากหนังสือนิยายไลท์โนเวล All You Need Is Kill ของ Hiroshi Sakurazaka ซึ่งเป็นนิยายที่ขายดีมากในญี่ปุ่นเรื่องหนึ่ง ซึ่งว่าด้วยทหารนายใหม่นายหนึ่งนามคิริยะ เคย์จิที่เข้าร่วมสงครามต่อสู้กับเหล่าเอเลี่ยนที่เรียกว่ามิมิค แต่ระหว่างทำสงครามต่อสู้กับข้าศึกก็ทำให้เขาต้องได้ค้นพบบางอย่างที่เหลือเชื่อกับตัวเขาเองเมื่อเขาตายลงก็สามารถย้อนกลับไปหาอดีตได้ และเมื่อตายอีกก็กลับมาที่เดิมกลายเป็นลูปที่ไม่รู้จบสิ้นวนเวียนตลอดเวลา และเมื่อมากขึ้นก็ยิ่งเป็นการสะสมค่าประสบการณ์พัฒนาขีดความสามารถยิ่งขึ้นจากทหารธรรมดากลายเป็นทหารแนวหน้า เช่นเดียวกับเนื้อหาในหนังที่เปลี่ยนตัวเอกเป็นพันโทวิลเลียม เคจ (Tom Cruise) ชายทหารดวงซวยที่เหมือนจะสุขสบายกับตำแหน่งด้านสื่อโปรโมทกองทัพที่ไม่ต้องออกไปรบดันต้องไปรบกับเอเลี่ยนที่บุกมาโลกและกลายเป็นสงครามที่เสมือนตกอยู่ในแดนข้าศึกที่มีค่าตายมากกว่ารอด ทว่าการไปรบครั้งแรกเหมือนจะจบลงอย่างรวดเร็วสำหรับเคจที่ไม่มีทักษะการรบเพราะมีหน้าที่เป็นฝ่ายใช้มันสมองมากกว่า แต่ไม่รู้ทำไมเมื่อเขาตายก็เกิดย้อนกลับมาที่เดิมอีกครั้งราวกับว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้คือความฝัน แต่ฝันนั้นเหมือนจริงจนเคจรู้สึกทุกสิ่งทุกอย่างเกิดซ้ำไปหมดและเริ่มท่องจำแต่ละเหตุการณ์ได้อย่างไม่คาดเคลื่อน จนทุกอย่างเกิดขึ้นจริงอีกครั้งที่ต้องไปสนามรบและเขาก็ตายอีกครั้ง คราวนี้ก็ฟื้นมาอีกที่เดิมพร้อมกับเหตุการณ์เหมือนเดิมก่อนหน้านี้ ตอนนี้เคจประหลาดใจสุดๆเมื่อรับรู้ได้ว่าตัวเองตายเท่าไหร่ก็กลับมาได้ตลอดแล้วทำไมถึงเป็นแบบนี้ได้ คำตอบนี้เหมือนริต้า วาทาสกี้ (Emily Blunt) หรือเจ้าของฉายาเทพสงครามเวอร์ดันกำลังใบ้คำตอบกับเขาเมื่อเธอเอยปากออกเมื่อฟื้นแล้วให้มาหาเขา ทำไมต้องเขา?

The Fault in Our Stars (2014) ดาวบันดาล

The Fault in Our Stars (2014) | ดาวบันดาล | A
Director: Josh Boone
Genres: Drama | Romance

"เปิดเผยเนื้อหาสำคัญ"
 
บางครั้งความลงตัวของสูตรสำเร็จไม่ได้เกิดมาเพื่อให้คนดูจำแล้วเก็บไปเดาหรือตั้งใจให้เดาและหักมุมเพื่อให้ออกมาดูเหวอ แต่เพื่ออรรถรสอย่างหนึ่งชวนให้รู้สึกอิ่มเอม เรารู้เราสัมผัสในจุดนั้นได้และคาดหวังในเรื่องของอารมณ์ว่าควรจะออกมาในรูปแบบไหนที่พอจะพิชิตใจผู้ชมตามด้วยผลลัพธ์ที่ตามมาคือเรื่องที่ไร้การเซอร์ไพรส์แต่เข้าถึงแก่นของความรู้สึก ในยามบทเศร้าก็ร้องไห้ ยามมีความสุขก็อมยิ้ม แม้กระทั่งจุดที่พลิกผันในชีวิตยังต้องรู้สึกถึงความปกติที่แสนพิเศษหรือความปลิ้มปิติในท้ายที่สุด อะไรจะเกิดขึ้นเมื่อคนที่ใช้ชีวิตแบบตายได้ง่ายเพียงมะเร็งที่ทำพิษตั้งแต่เด็กจนต้องเสียปอดและใช้เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อย่างเฮเซล (Shailene Woodley) ที่ตอนนี้ใช้ชีวิตร่วมกับการแบกออกซิเจนไปทุกที่ทุกเวลาที่เธอต้องไป เฮเซลพยายามใช้ชีวิตของตัวเองแบบคนปกติด้วยการทำให้รู้สึกว่ายังมีค่าตลอดเวลาโดยไม่แสดงความสิ้นหวังหรือรู้สึกขาดสิ่งที่คนปกติเขามีกัน แต่พฤติกรรมของเธอเป็นที่หวาดระแวงต่อพ่อ (Sam Trammell) และแม่ (Laura Dern) ของเธอ ที่กลัวว่าลูกจะมีปัญหาเรื่องจิตใจโดยเฉพาะการเข้าสังคมที่ไม่เหมือนใครที่มีสายออกซิเจนที่จมูกตลอดเวลาอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง แต่นี่คงเป็นเรื่องที่เข้าใจผิดและถูกเวลา เข้าใจผิดที่เฮเซลไม่ได้ย่ำแย่ขนาดต้องไปบำบัดเพราะเธอก็รู้ตัวเองดีจากสภาพที่เป็นและมองชีวิตอย่างมีความสุขเสมอแม้ต่อหน้าจะหวนให้เป็นเรื่องเศร้าใจแค่ไหนก็ตาม ทว่าเธอก็มักมีพฤติกรรมที่ชอบอะไรซ้ำๆอย่างการอ่านหนังสือเล่มเดิมซ้ำไปซ้ำมาที่บ่งบอกถึงการยึดติด แล้วหนังสือเล่มนั้นคืออะไรล่ะ

Transformers: Age of Extinction (2014) ทรานส์ฟอร์เมอร์ส 4: มหาวิบัติยุคสูญพันธุ์

 
Transformers: Age of Extinction (2014) | ทรานส์ฟอร์เมอร์ส 4: มหาวิบัติยุคสูญพันธุ์
Director: Michael Bay
Genres: Action | Adventure | Sci-Fi

"เปิดเผยเนื้อหาสำคัญ"

ว่ากันว่าเป็นภาคสุดท้ายที่ทางผู้กำกับ Michael Bay จะสร้างเอาไว้หลังจากกลืนน้ำลายตัวเองทั้งที่ควรจะจบลงไปแล้วตั้งแต่ภาค Transformers: Dark of the Moon (2011) ซึ่งเป็นอันสิ้นสุดไตรภาคศึกสงครามระหว่างออโต้บอทส์กับดีเซปติคอนส์เสียที ทว่าเจ้าตัวยังคงยืนยันในทำนองว่านั้นเป็นภาคสุดท้ายของเส้นเรื่องแรกเท่านั้นโดยครั้งนี้จะเป็นการนำไปสู่เส้นเรื่องใหม่ที่ไม่มีความเกี่ยวโยงในศึกสงครามระหว่างสองพวก หรือจะเรียกว่านำไปสู่การเริ่มต้นในเส้นเรื่องใหม่ก็ไม่เชิง แม้จะฟังดูไม่ขึ้นเท่าไหร่ ทั้งนี้ทั้งนั้นคงเพราะรายได้จากภาคสามทำไปไม่น้อยถึง 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจนเรียกว่ากอบโกยได้เยอะโครตรจากหนังหุ่นยนต์แปลงร่างชุดนี้ คงไม่แปลกใจถ้าเรื่องเกินคาดจะทำให้เกิดภาคใหม่ตามมาอีกครั้งซึ่งจะเป็นครั้งสุดท้ายจริงเท็จแค่ไหนหลังจากดูจบสิ่งที่ได้คำตอบจะปรากฎให้เห็นว่าสิ่งที่ผู้กำกับกำลังเล่นอยู่นั้นคือจิตวิทยาอย่างหนึ่ง ถ้ารายได้งามทะลุเป้าเมื่อไหร่เราไม่ต้องคิดเลยว่าจะหาเนื้อเรื่องอะไรมาเล่าหากมีการทิ้งปมประเด็นเอาไว้ให้ผู้ชมเกิดอาการสงสัยจนใครๆต้องร้องขอเพราะเนื้อเรื่องยังเคลียร์ไม่จบนี่นา
รูปภาพของฉัน
เกิดปี 2538 (1995) แค่คนที่เรียนจบสาธารณสุขศาสตร์ แต่ชอบดูหนังเป็นชีวิตจิตใจ ที่เขียนรีวิวเพราะอยากแบ่งปันความรู้สึกที่ตัวเองมีให้อ่าน และกำลังทำช่อง YouTube เกี่ยวกับหนังสือ(การ์ตูนเป็นหลัก)