The Deer Hunter (1978) เดอะ เดียร์ ฮันเตอร์

The Deer Hunter (1978) | เดอะ เดียร์ ฮันเตอร์
Director: Michael Cimino
Genres: Drama | War

ขอร้องอย่างหนึ่งเกี่ยวกับชั่วโมงแรกที่อาจจะน่าเบื่อสำหรับบางคนว่าอย่าได้ข้ามหรือเปลี่ยนไปไหน เพราะอะไรนั้นคือช่วงชีวิตที่ดีและสวยงามที่สุดในเรื่องแล้ว หลังจากนั้นคำว่าความสุขจะไม่ปรากฎให้เห็นอีกต่อไป จะรู้สึกถึงความหดหู่ที่แม้จะยินดีหรือเบิกบานยังไงก็ค้างคาใจตลอดเวลา ไม่ต่างกับสงครามเวียดนามที่ไม่ประกาศว่าแพ้ แต่เมื่อถอนทัพก็เหมือนแพ้โดยไม่ต้องบอกให้ฟัง จึงเป็นคำถามที่ไม่อาจตอบในสิ่งที่ทำลงไปว่าตกลงแล้วไปรบเพื่ออะไร


แม้จะเป็นหนังที่มีฉากสงครามเวียดนามแต่เป็นเพียงส่วนหนึ่งสั้นๆที่ไม่เผยหน้าตาของสงครามในลักษณะไหน ที่เห็นคือการต่อสู้ภายใต้ความกลัวของทหารอเมริกันที่ถูกเวียดกงจับเป็นเชลยเพื่อมาประกอบความสนุก ซึ่งความสนุกที่ได้จากการลุ้นความเป็นความตายที่ไม่สามารถบอกถึงใครอยู่ใครไปได้ในเกมที่ชื่อว่า"รัสเชี่ยนรูเล็ต" (Russian Roulette) แต่ก่อนจะไปพูดถึงเรื่องเหตุการณ์สงครามก็ขอเกริ่นเรื่องราวในชั่วโมงแรกที่หลายคนอาจจะน่าเบื่อเสียก่อนเพราะถ้าไม่มีชั่วโมงนี้ก็ไม่รู้จะไปหาเวลาไหนที่ตัวละครในเรื่องมีความสุขเท่านี้อีกแล้ว

เนื้อเรื่องแบ่งเป็น 3 องค์ค่อนข้างชัดเจน ได้แก่ ก่อนสงคราม สงคราม และหลังสงคราม


"ก่อนสงคราม"

เรื่องของคนธรรมดากลุ่มหนึ่งที่ใช้ชีวิตวิถีชาวบ้านหาเช้ากินค่ำ มีสังสรรค์บ้างบางเวลาเพื่อกอบโกยความสุขก่อนจะหมดโอกาสเพราะมี 3 คนในกลุ่มอาสาไปรบในสงครามเวียดนาม ได้แก่ ไมค์ (Robert De Niro),นิค (Christopher Walken) และ สตีเวน (John Savage) ทั้งสามต่างมีความสัมพันในฐานะเพื่อนสนิทไปไหนมาไหนด้วยเสมอ โดยเฉพาะฤดุกาลล่ากวางที่ไมค์จะโชว์ทักษะได้กวางอย่างไม่หลุดมือ

ประมาณชั่วโมงแรกของหนังเต็มไปด้วยการดำเนินชีวิตของตัวละครเป็นส่วนใหญ่และมักวนเวียนอยู่ที่เดิมจนใครที่เบื่อก็เบื่อกันไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เมื่อมองให้ดีจะเห็นความละเอียดและเรื่องราวผ่านตัวละครที่หลายมุมมองจนไปถึงงานแต่งงานและจบลงที่ล่ากวาง โดยงานแต่งเป็นของสตีเวนกับ แองเจลา (Rutanya Alda) ที่เริ่มตั้งแต่ยังไม่เริ่มงานจนกินเลี้ยงสังสรรค์อย่างสนุกสนาน เป็นฉากที่เล่าเรื่องยาวที่สุดและเป็นธรรมชาติ ว่ากันว่าเบื้องหลังที่เราเห็นเหล้า ไวน์ และแชมเปญนั้นคือของจริง ฉะนั้นนักแสดงกินจริงและเมากันจริง แต่ใช่ว่าเฉพาะฉากงานแต่งเพราะไม่ว่าจะก่อนหรือหลังหากยังก่อนสงครามก็กินกันตลอดราวกับกินแทนน้ำไปแล้ว

หลังจากออกอาการเมาเละเทะก็ถึงคราว Robert De Niro ที่ต้องเล่นท่ายากกว่าใครเพื่อนเพราะต้องวิ่งแก้ผ้าถอดทีละชิ้นบนถนนก่อนจะนอนกับพื้นในสภาพล่อนจ้อน เป็นอะไรที่เดาใจตัวละครได้ยากว่าตกลงแล้วใครใจเย็นกว่าใครกันแน่ แต่พอถึงคราวล่ากวางกับเป็นคนที่จริงจังขนาดที่ใช้กระสุนนัดเดียว ดังนั้นถ้ายิงไม่ถูกกวางจะไม่มีอะไรกลับบ้านในทันที แน่นอนคนที่จริงจังย่อมไม่พลาดถ้าใจเย็นมากพอและได้กวางกลับบ้านอย่างภาคภูมิใจ เฉลิมฉลองอีกครั้งก่อนไปสงคราม


"สงคราม"

อาจคิดว่าตัวเองเป็นประเทศมหาอำนาจและคงชนะได้ไม่ยากจึงไม่มีใครห่วงใยกับการเป็นทหารออกศึก ทว่าตัดภาพมาที่สงครามไม่เห็นเหตุการณ์อะไรนอกจากสภาพที่ย่ำแย่ของทหารอเมริกันที่นอนตายรอกำลังเสริมบินมาช่วย แต่นั้นยังไม่เลวร้ายไปกว่าการตัดภาพอีกครั้งโดยไม่บอกกล่าวที่มาที่ไปที่เลวร้ายยิ่งกว่าเก่า ไม่มีทางเลือกให้หนีหรือต่อสู้เพราะถูกจับเป็นเชลยที่รอโดนเวียดกงจับขึ้นจากใต้ถุนทีละคนเพื่อไปเล่นเกมรัสเชี่ยนรูเล็ต ประเด็นความเครียดอยู่ที่เล่นยังไงไม่มีทางรอดแม้ชนะ ชนะในที่นี่คือยืดเวลาตายออกไป ส่วนพวกเวียดกงที่รายล้อมใช้ตัวแทนเล่นเกมนี้เพื่อการพนัน จะรอดก็ช่างจะตายก็ดึงคนมาแทนใหม่ ทรมานก่อนตายด้วยน้ำมือตัวเอง

"3 นัด ขอเพิ่มกระสุนเป็น 3 นัด" ประโยคท้าความตายของไมค์ที่ต้องการให้เวียดกงเพิ่มกระสุนในลูกโม่เพื่อแลกกับความเสี่ยงที่หมายถึงรอดหรือตายได้ในทันที ทว่าความเสี่ยงนี้เป็นอะไรที่ลุ้นระทึกเพราะเต็มไปด้วยอันตราย อีกทั้งยังเต็มไปด้วยความบ้าคลั่งของไมค์ที่หัวเราะท้าความตายชนิดไม่แคร์ใครทั้งนั้น ความคิดที่จะมารบในเวียดนามไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเอาชนะเวียดกงอย่างสบายใจ สุดท้ายพวกเขาทั้งสามไม่ว่าไมค์ นิค หรือสตีเวนต้องตกอยู่ในความเจ็บปวดกันทั้งสิ้น

ถึงจะรอดตายมาได้แต่ไม่อาจรอดพ้นสิ่งที่น่ากลัวที่ฝังลึกลงในจิตใจที่แสนสาหัส ต่างคนต่างมีบาดแผลจากผลพวงของสงคราม จากเคยหนักแน่นกลายเป็นคนอ่อนแอไร้กำลัง มันเป็นเรื่องยากที่สงครามนี้จะชุบชีวิตให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม อย่างแรกคือความตั้งใจสู้แต่ไม่รู้ชนะแล้วได้อะไร ไม่เหมือนตอนสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่มีประเทศตัวเองเป็นเดิมพัน แต่ครั้งนี้ไปสู้ในประเทศคนอื่น อย่างสองคือพ่ายแพ้หมดรูปไร้ซึ่งรอยยิ้มยินดีให้เพียงความทุกข์เจ็บปวด ฉะนั้นแล้วการทำหนังเกี่ยวกับสงครามเวียดนามไม่ต่างกับดูแผลเก่า ใครจะยอมรับว่าอเมริกาแพ้ คนอเมริกันคนไหนจะดูแล้วไม่กระทบจิตใจที่ช้ำเพิ่มไปอีก


"หลังสงคราม"

ทุกคนรอดแต่ต้องแยกย้ายไปคนละทิศคนละทางและไม่ได้เจอกันแม้ในวันกลับบ้าน คนแรกที่ตัวหนังพูดถึงคือนิคที่รอดตายราวกับปฏิหาริย์เพราะความบ้าของไมค์ ทว่าความเลวร้ายครั้งเสี่ยงตายกับรัสเชี่ยนรูเล็ตได้ส่งผลกระทบต่อจิตใจอันใหญ่หลวง ไม่มีใครอยากเล่นหรือเจอเหตุการณ์แบบนั้นและไม่รู้ด้วยว่าจะรอดตายยังไงหากไม่ใช่แผนของไมค์ กระนั้นมันไม่ใช่แผนของนิคที่จะยินยอมพร้อมใจด้วยเสมอเพราะมันบ้าและโอกาสเป่าสมองตัวเองสูงขึ้นกว่าเดิมจากนัดเดียวเป็นสามนัด ดังนั้นเกมฆ่าตัวตายนี้จึงทรมานจิตใจของนิคอย่างมากและทนไม่ได้เมื่อกลับจากสงครามมาเห็นการพนันท้าความตายเช่นนี้อีกครั้ง ซึ่งนั้นทำให้เขาเปลี่ยนไปเป็นคนละคน

ถึงต่างคนจะแยกทางกันแต่มีไมค์ที่บังเอิญเจอนิคในวงพนันรัสเชี่ยนรูเล็ต ทว่าความวุ่นวายที่นิคเข้ามาป่วนนั้นทำให้วงแตกแยกโดยที่ไมค์ไม่อาจจามตัวนิคได้ทัน สุดท้ายนิคเลือกกลับบ้านอย่างโดดเดี่ยวในวันที่เงียบแทนที่ในวันที่เตรียมการฉลองกลับบ้าน อีกทั้งเลือกเจอ ลินดา (Meryl Streep) ก่อนเป็นคนแรกในสภาพที่จิตใจไม่สู้ดีนักเพราะเธอและนิคต่างรักกัน แน่นอนว่าไมค์ก็เช่นกันเพียงไม่แสดงออกมา กระนั้นลินดาโหยหานิคที่ไม่กลับบ้านจึงเสมือนช่องทางให้ไมค์เป็นตัวแทนความรู้สึกนั้น สุดท้ายทั้งไมค์และลินดาต่างคบหากันภายใต้กรอบความต้องการที่อีกคนรักและอีกคนเปล่าเปลี่ยวเหงาหัวใจ

อีกคนที่หายหน้าหายตาไปคือสตีเวน กว่าจะรู้ว่าอยู่หรือตายก็ทำเอาลุ้นอยู่ไม่น้อยเพราะตัวหนังแทบไม่กล่าวถึงเลยนับแต่แยกทางกับไมค์ในขบวนอพยพชาวเวียดนาม ถ้านิคคือคนที่ได้รับความเสียหายทางใจก็ไม่ต่างกับสตีเวนที่ต้องเสียหายทางกาย นั้นจึงเป็นเหตุผลที่ไม่ยอมกลับบ้านเพราะละอายต่อสิ่งที่ตัวเองเป็น ส่วนไมค์ที่เหมือนจะอยู่ครบสมบูรณ์ก็มีความเสียหายทั้งสองอย่างเพียงเบากว่าและหายได้เอง กระนั้นสิ่งที่ค้างคาใจอยู่ตลอดเวลาคือลินดาที่ดั้งเดิมไม่ใช่ของเขาและการหายไปของนิคที่ไร้ข่าวคราว ดังนั้นไมค์จึงตามหานิคด้วยการย้อนกลับไปที่เวียดนามอีกครั้งโดยเชื่อว่ารัสเชี่ยนรูเล็ตเป็นคำตอบที่ใช่ที่สุด


The Deer Hunter อาจจะไม่ถึงการกับเผยธาตุแท้ของสงครามเวียดนามแต่มากพอจะบอกว่าผลลัพธ์ไปทางไหนและคนที่ได้รับผลนั้นมากที่สุดคงหนีไม่พ้นทหารร่วมรบที่ต้องเจอความดิบเถื่อนเกินกว่าสู้กันตายอย่างที่ควรจะเป็น สำหรับเรื่องนี้เสมือนใบเบิกทางที่เล่าเกี่ยวกับสงครามเวียดนามที่เสี่ยงต่อด้านลบเพราะพึ่งถอนกำลังกลับไปเมื่อ 15 สิงหาคม 1973 ในสภาพที่พ่ายแพ้ แต่กลายเป็นว่าเป็นหนังที่ตอบกระแสในเชิงบวกได้อย่างดีทำให้หนังเกี่ยวกับสงครามเวียดนามเดินตามมาอีกหลายเรื่อง ไม่ว่าจะ Apocalypse Now (1979),Platoon (1986),Full Metal Jacket (1987) และอีกมากมาย ราวกับว่าแทนที่จะรู้สึกช้ำใจกลับกลายเป็นเรื่องสอนใจย้ำเตือนตัวเอง

แน่นอนว่าสถานที่ถ่ายทำย่อมไม่มีทางเป็นเวียดนามรวมถึงนักแสดงประกอบ ฉะนั้นแล้วตัวเลือกที่ใกล้เคียงและใช้ได้คือประเทศไทย โดยฉากย่านโคมแดงในไซ่ง่อน ถ่ายทำที่ถนนพัฒนพงศ์ กรุงเทพ, ฉากสงคราม ถ่ายทำที่อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี และฉากสถานทูตสหรัฐในไซ่ง่อน ถ่ายทำที่โรงเรียนเซนต์คาเบรียลและสลัมคลองเตย ส่วนดารานักแสดงไทยที่เห็นกันคือ โป๋ เป่าปี่ หรือ โผ กู้เกียรติตน ในฉากกรรมการหรือคนกลางถือปืนลูกโม่เพื่อพร้อมแก่การเล่นรัสเชี่ยนรูเล็ต นอกจากนี้ยังถ่ายทำที่เมืองพิตต์สเบิร์ก รัฐเพนซิลเวเนีย,คลีฟแลนด์ รัฐเวสต์เวอร์จิเนีย ที่สวยงามคือฉากล่ากวาง ถ่ายทำที่อุทยานแห่งชาติในรัฐวอชิงตัน โดยมี Mount Shuksan เป็นฉากหลัง


ที่น่าสงสารที่สุดคือนักแสดง John Cazale เล่นเป็น สแตน เพื่อนในกลุ่มไมค์ เนื่องจากป่วยเป็นโรคมะเร็งกระดูก อาการหนักขนาดเกือบถูกไล่ออกจากกองถ่ายเพราะไม่ไหวแน่ๆ แต่ผู้กำกับ Michael Cimino ช่วยยื้อเอาไว้จนถ่ายหนังเสร็จและลาโลกในไม่กี่วันต่อมา อีกทั้งเป็นเรื่องน่าเศร้าของ Meryl Streep ที่ต้องสูญเสียคู่หมั้นของเธอไป สำหรับเรื่องนี้จึงเสมือนความผูกพันสุดท้ายที่จะได้อยู่ด้วยกันในกองถ่าย

รัสเชี่ยนรูเล็ต (Russian Roulette) ไม่มีการพูดถึงในประวัติศาสตร์สงครามเวียดนามว่าเวียดกงนำมาใช้กับทหารอเมริกา แต่มีที่มาที่ไปในประเทศรัสเซีย จากนิยาย The Fatalist (1840) เขียนโดย Mikhail Lermontov ที่ตัวประกอบคนหนึ่งยกปืนที่ไม่รู้ว่ามีกระสุนอยู่หรือเปล่า ทว่ายังไม่ชัดเจนกระทั่งเรื่องสั้นของ George Surdez เขียนในปี 1937 ที่ตั้งชื่อและบอกวิธีการเล่นด้วยปืนลูกโม่ อธิบายถึงการเอากระสุนออก 5 นัด และผลัดกันยิงจนกว่าจะมีคนตาย


ที่ลงตัวอย่างหาที่สุดไม่ได้คือเพลงประกอบ Can’t Take My Eyes Off You ของ Frankie Valli ที่โด่งดังเป็นพลุแตกและนำมาผสานเข้ากับเรื่องอย่างลงตัว(ต้องบอกว่าลงตัวเป็นธรรมชาติอย่างมาก) และอีกเพลงในตอนจบชื่อ God Bless America ที่อธิบายไม่ถูกเหมือนกันว่าสื่อในทางไหนบ้างระหว่างต่อต้านสงคราม เจ็บปวด ให้ความหวัง ที่แน่อย่างหนึ่งคือสงครามครั้งนี้จะเป็นเรื่องราวที่ไม่มีใครเอ่ยถึงก็รับรู้กันทุกคน แม้เจ็บปวดแค่ไหนยังมีเรื่องราวต้องเผชิญต่อไป

รูปภาพของฉัน
เกิดปี 2538 (1995) แค่คนที่เรียนจบสาธารณสุขศาสตร์ แต่ชอบดูหนังเป็นชีวิตจิตใจ ที่เขียนรีวิวเพราะอยากแบ่งปันความรู้สึกที่ตัวเองมีให้อ่าน และกำลังทำช่อง YouTube เกี่ยวกับหนังสือ(การ์ตูนเป็นหลัก)