Red Heat (1988) คนแดงเดือด

Red Heat (1988) | คนแดงเดือด
Director: Walter Hill
Genres: Action | Comedy | Crime | Thriller
Grade: C+

วิคเตอร์ รอสต้า (Ed O'Ross) ผู้ก่อการร้ายและค้ายาได้ทำการหลบหนีจนได้ฆ่าเจ้าหน้าที่เพื่อนของผู้กองแดนโก (Arnold Schwarzenegger) แล้วหลบหนีหายตัวไปในกรุงมอสโค ทว่าหลังจากนั้นไม่นานได้มีข่าวการจับกุมวิคเตอร์ได้ ทำให้เป็นหน้าที่ของแดนโกที่ต้องเดินทางข้ามประเทศจากรัสเซียมามอสโคเพื่อรับตัวไป แต่แล้วเกิดเหตุไม่ทันตั้งตัวเมื่อวิคเตอร์ได้วางแผนหลบหนีไปได้ในที่สุด งานนี้จึงไม่ใช่แค่แดนโกที่ต้องตามล่าตัววิคเตอร์เท่านั้นจึงจะจับได้ เพราะเขาจะได้คู่หูร่วมปราบปรามตามสืบกับริด (James Belushi) นายตำรวจที่มุ่งทะลุบ้าบิ่น แต่ยิ่งทั้งคู่อยู่ด้วยกันยิ่งเหมือนพริกกับเกลือที่พยายามหาเรื่องกัดกินโดยเฉพาะริดที่เบื่อกับแดนโกที่มีวิธีการแบบลับๆแล้วไหนจะมาดนิ่งที่ชวนอึดอัดอีก งานนี้จึงกลายเป็นการจับคู่ระดับต่างแนวต่างสไตล์ที่ไม่รู้ว่าใครจะบ้าระห่ำกว่ากัน


โดยส่วนตัวคิดว่าฉากแอ็คชั่นในเรื่องนี้มันยังไงๆอยู่ อารมณ์ประมาณว่าไม่ค่อยอิ่มหรือเร้าใจตามที่ต้องการ เหมือนมันจะสะดุดในบางช่วง แต่ถามว่ามันส์ไหม ตอบไปก่อนเลยว่าแอ็คชั่นมันส์กำลังพอตัว พอตัวในที่นี่หมายถึงยังพอเอาสนุกได้เป็นระยะๆที่ทั้งยิงกันสนั่น ขับรถ(ประจำทาง)ซิ่งบนท้องถนน ซึ่งต่างถูกขับเคลื่อนโดยใครไม่ได้นอกจากนักแสดงมากแอ็คชั่นระห่ำอย่าง Arnold Schwarzenegger ด้วยร่างกายอันใหญ่โตบวกกับกล้ามอันแสนทรงพลังทำให้มองในรูปแบบไหนก็คือพระเอกที่อึดยิ่งกว่าใครๆ และแน่นอนว่าหนังส่วนใหญ่ของเขาคนนี้ต้องมีสักฉากที่โชว์ความสามารถเรื่องพลังแบบโม้แหลก อย่างตอนเปิดเรื่องที่ไม่ทันไหร่ก็ดูเหมือนจะหาเรื่องเอามันส์ แต่ก่อนหน้านั้นได้มีฉากที่ต้องจับก้อนหินที่ลนไฟมากำไว้ในมือ มันต้องร้อนมากๆและไม่มีใครจับได้นานเกินครึ่งนาที แต่ไม่เลยเพราะคนที่จับคือลุงอาร์โนด์ที่กำไว้ตั้งนานพร้อมกับการแสดงสีหน้าที่บอกว่าสบายมากแค่นี้เด็กๆก่อนจะถึงฉากถัดไปที่ลุงอาร์โนด์ขอชกหน้าสักหมัดแบบทีเผลอเข้าอย่างจังจนอีกฝ่ายกระเด็นทะลุไปข้างนอก แล้วจากนั้นก็ชกต่อยกันอย่างเมามันส์ที่หน้าโรงอาบน้ำในญี่ปุ่น(ซึ่งจะได้มีโอกาสเห็นลุงอาร์โนด์ท่านนี้เปลือยทุกส่วนยกเว้นตรงที่มีผ้าเตี่ยวปิดอยู่) อันที่จริงตัวหนังทำท่าจะมันส์ตั้งแต่เริ่มเรื่องแล้วเพราะบรรยากาศมันกำลังบอกนัยๆว่าแอ็คชั่นกำลังตามมา แล้วมันก็จริงตามนั้นอย่างที่คิด น่าเสียดายมันไม่ค่อยจะเร้าใจอย่างที่ควรจะเป็นเพราะเป็นการชกต่อยที่ธรรมดาไปนิด แต่ชอบนะตอนที่ต่อยหน้ากระเด็นออกไปข้างนอก เป็นอะไรที่ดุดันและดูเหมาะดีตามสไตล์แอ็คชั่นยุค 80'S ที่ต้องมีเว่อร์บ้าง

หลังจากต่อยกันเป็นที่เรียบร้อยก็มาถึงฉากตามล่าวิคเตอร์นักค้ายาที่ไล่ล่ากันด้วยแอ็คชั่นยิงกันด้วยปืนแบบหลบหลีกตามซอก เหมือนๆฉากนี้จะสนุกแต่กลับตรงข้ามเลยเพราะมันดูธรรมดา(อีกแล้ว)จนไม่มีฉากไหนที่น่าจดจำตามที่ต้องการเลยสักนิด สรุปว่าดูผ่านแล้วผ่านเลยไม่เร้าใจ แต่สนุกในระดับแอ็คชั่นเกรดบีที่หาได้ตามทั่วๆไป แต่หารู้ไม่ว่าการถ่ายทำที่มีพื้นหลังเป็นจัตุรัสแดง (Red Square) มันยากแค่ไหน หลายคนอาจไม่ทราบเพราะในสถานที่ดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาตให้ถ่ายทำ


อ้าวแล้วที่นี่จะทำยังไงในเมื่อเนื้อเรื่องมันเริ่มกันที่นี้และต้องมีความชัดเจนในฉากเพื่อให้สมเหตุผลที่ว่าลุงอาร์โนด์มาจากรัสเซียในฐานะตำรวจประเทศนี้(อันที่จริงไม่เชิงว่าถูกห้ามเพราะทีมงานมีใบอนุญาตพร้อมอยู่แล้วแต่เกิดโปรแกรมถูกถอดถอน) ในเมื่อห้ามถ่ายทำหนังก็ใช้ลูกไม้ง่ายๆคือการแอบติดกล้องกับถ่ายกันเองด้วยกล้องแบบมือสมัครเล่น ผลมันก็เลยออกมาตามนั้นคือไม่ยืดยาวไม่มีจุดเด่นสำคัญอะไรแบบบู๊ระห่ำ แต่พอเดินเรื่องออกจากรัสเซียไปตามล่าวิคเตอร์มันก็ดูเข้าท่าขึ้นมาทันที

อาจจะเสียไปหน่อยในช่วงแรกๆที่ดูไม่มันส์ตามหวัง พอมาช่วงกลางๆท้ายๆค่อยสนุกขึ้นมาทันที ไม่ใช่แอ็คชั่นอย่างเดียวที่สนุกเพิ่มขึ้นแต่รวมถึงความตลกจากริดที่เล่นโดย James Belushi ได้ฮาขำขันดีอย่างมาก แม้จะไม่เด็ดระดับฮากระจายแต่ถ้ารู้ๆกับแนวหนังดีจะเข้าใจในมุขต่างๆที่ส่งผ่านเข้ามาเป็นระยะๆแบบตลกร้าย ซึ่งในบางโอกาสได้ส่งมุขต่อกับ Arnold Schwarzenegger ได้ฮาเพลิดเพลินดีแบบนิ่งๆดี ในส่วนของความตลกตรงนี้ช่วยได้มากกับทิศทางตัวละครที่ดูจะไม่ลงรอย เพราะริดเป็นตัวละครมีนิสัยใจร้อน มุ่งทะลุ ปากเสีย และไม่ค่อยรอบคอบเท่าไหร่ แต่คุณสมบัติเวลาออกงานจริงๆกลับมีฝีมือพอตัวใช่ย่อยจึงถูกสั่งให้ไปเป็นคู่หูแดนโกเข้าจนได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ริดได้ปากพลอยๆไปหลายเรื่องตอนที่ยังจับวิคเตอร์ได้อยู่ อย่างการไปแซวแดนโกเรื่องชุดที่ใส่ในรูปแบบของตำรวจรัสเซียเต็มยศ ถ้ามองในประเทศตัวเองไม่ใช่เรื่องแปลกตาอะไร แต่เกิดมาอยู่ในมอสโคเขากลายเป็นที่ดูแปลกตาไม่น้อยเพราะตำรวจที่นี้กับที่นั้นมีความแตกต่างเหมือนอยู่ในคนละโลก ทั้งการแต่งกายที่ไม่ได้เรื่องมากอะไรนอกจากแต่งสูทกับวิถีความเป็นอยู่ที่ผ่านๆตาแล้วเกือบจะวุ่นวายอยู่เหมือนกัน จะมีอยู่ฉากหนึ่งที่สารวัตรถามแดนโก้ว่า"วิธีหาความสุขสบายใส่ตัวไม่ให้เครียดที่นั้นทำยังไง" แดนโกตอบสั้นๆว่า"วอดก้า" โดยส่วนตัวแม้จะไม่เข้าใจว่าคืออะไรจริงๆแต่น่าจะหมายถึงการสังสรรค์แบบเก่าที่ไม่มีอะไรมากนอกจากดื่มกับดื่ม


เหมือนจะเป็นหนังแอ็คชั่นที่เป็นไปตามสูตรทว่ายังแฝงสาระน่าสนใจเกี่ยวกับมุมมองที่แตกต่างของสังคม ตอนที่แดนโกหยอดเหรียญเพื่อดูโทรทัศน์นั้นกลับฉายหนังโป๊ให้ดู ซึ่งเขาได้อุทานมาว่า"พวกทุนนิยม"ก่อนจะทำหน้าเฉยๆกับสิ่งที่เห็นด้วยอารมณ์แตกต่างกันไป ดังนั้นเราน่าจะพอรู้มาอยู่แล้วว่ารัสเซียมีสภาพสังคมเช่นไร เพราะความแตกต่างเช่นนี้คงไม่พ้นการปกครองแบบอำนาจนิยมหรือเผด็จการและรัสเซียมีรูปแบบการปกครองคอมมิวนิสต์ที่รัฐบาลเข้ามาจัดการระเบียบสังคมกับเศรษฐกิจ ฉะนั้นความแตกต่างนี่ได้ส่งผ่านตัวแดนโกกับริดแบบคนละขั้วได้อย่างดี อีกคนมาจากประเทศแห่งการควบคุมกับคนอีกคนที่มาจากประเทศเกือบๆเสรีภาพ ด้วยภาพลักษณ์อันแสนแตกต่างทำให้ผู้ชมเห็นความแตกต่างในจุดนี้อย่างชัดเจนว่าใครแข็งใครอ่อนทำให้ตัวหนังเพิ่มมิติมากขึ้น จากในเรื่องเราจะเห็นว่าแดนโกค่อนข้างนิ่งอย่างมาก นั้นอาจมาจากบทบาทของตำรวจรัสเซียที่ต้องมีมาดในการทำงานอย่างเป็นระเบียบจึงกลายเป็นที่เตะตาสำหรับเรื่องนี้ที่เทียบเคียงกับริดแล้รัศมีเปลี่ยนไปคนละอย่าง

ที่น่าชื่นชมคือการจับเอาแอ็คชั่นมาแบบประหยัดและสมเหตุสมผลพอตัวที่ไม่ใช่จะยิงก็ยิงเอามันส์ ฉะนั้นใครบอกว่ามาแนวเบื่อๆดำเนินเรื่องช้าก็ต้องมองด้วยว่า Red Heat มีจุดของการหาความจริงที่สืบสวนอย่างเป็นเรื่องเป็นราวผสมอยู่ด้วย ถ้าอยากจะให้บู๊กระจายก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้เพราะพระเอกตลอดกาล Arnold Schwarzenegger มาเก่งตลอดทั้งเรื่องเพียงแค่ไม่อยากให้คู่หูต้องเดือดร้อนไปด้วยเท่านั้นเอง


ด้านการแสดงที่โดดเด่นคือ James Belushi ที่มาเคียบบ่าประกบคู่ Arnold Schwarzenegger ได้อย่างไม่มีใครเกิน ด้วยการแสดงทางหน้าตากับมุขที่หยอดเล็กหยอดน้อยจึงเป็นเสน่ห์ที่น่าจำจดได้ยันจบ(แต่ด้วยภาพลักษณ์ที่แสนติดตาคงไม่ต้องบอกว่าคือใครที่เราอยากเห็นมากที่สุด) ส่วนพระเอกบู๊ตลอดกาลของเรามายังไงก็ยังนั้น มีหน้าที่พาความสนุกกับแอ็คชั่นที่จับปืนเมื่อไรก็ได้เรื่อง เหมือนเรื่องนี้นักแสดงชายจะมามากเหมือนกัน ดังนั้นการจะมีนักแสดงหญิงบ้างให้น่าสนใจคงไม่แปลกกับ Gina Gershon ที่มีบทบาทในหนังเป็นภรรยากับวิคเตอร์แบบไม่ตั้งใจเพื่อให้ได้วีซ่าอยู่ต่อในมอสโค เหมือนจะไม่มีมากให้สานต่อเนื้อเรื่องแต่กระนั้นตัวหนังพยายามพาตัวลพครนี้ไปให้ถึงจุดที่สุดได้อย่างมีเหตุผล เป็นผู้หญิงสวยแอบเซ็กซี่เหมือนกัน สรุปว่ากะใช้ให้คุ้มค่ากันเลยทีเดียว และตัวร้ายของเรื่อง Ed O'Ross ที่หน้าตารูปลักษณ์ให้มาตั้งแต่ต้นเรื่องจนดูออกได้ไม่ยากว่าเป็นตัวโกงแน่ๆ ส่วนการแสดงฝีมือพอใช้ได้ ดูๆเหมือนกับตัวร้ายที่ใช้ความรอบคอบตัวเองจึงจะรอด

น่าเสียดายที่ปมประเด็นเรื่องการจับคู่หูร่วมงานที่มีนิสัยกับวิธีการแตกต่างยังไม่รู้สึกว่าน่าจะลงรอยกันได้อย่างสนิทใจ ซ้ำยังมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่ทั้งคู่ต่างยอมรับอีกฝ่ายได้อย่างถึงใจกันและกันได้ไม่ยาก  ดังนั้นตัวหนังจึงแผ่วบางในจุดนี้พอสมควร แต่ก็แน่ล่ะว่าปมเรื่องการโยงให้ทั้งคู่มาจับมือกันทำงานมันก็ง่ายแบบตั้งใจมาส่งๆ  แต่ที่น่าเสียดายอีกอย่างคือเรื่องของตัวร้ายที่เหมือนกับว่าจะมีบทบาทในช่วงต้นเรื่องกับท้ายเรื่องเสียมากกว่า ในขณะที่กลางๆเรื่องหายไปปล่อยให้สองตำรวจตามสืบเป็นตัวหลักของหนังไป


Red Heat แม้จะขาดแอ็คชั่นอันแสนเร้าใจแต่ยังสามารถประคับประคองตัวเองไปได้อย่างสวยหรู ทั้งยังมีการดำเนินเนื้อเรื่องแบบต่อเนื่องชวนประติดต่อเรื่องราวได้ไม่ยากจากการสืบสวน ทำให้หนังแอ็คชั่นเรื่องนี้มีค่ามากกว่าจะบู๊ยิงอย่างเดียว แต่กระนั้นข้อเสียยังมีข้อดีเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของแดนโกกับริดที่ลงเอยกันอย่างเข้าใจเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ และตอนจบยังไม่ละทิ้งมุขเพียวๆแบบตลกร้ายในฉากแลกนาฬิกาเพื่อแสดงความเป็นมิตรที่ดีต่อกัน แต่แดนโกได้เปรียบกว่าเพราะเอานาฬิกาถูกๆไปเปลี่ยนกับนาฬิกามีราคากับริด ที่พอริดรู้ตัวอีกทีก็ปฏิเสธในน้ำใจครั้งนั้นไม่ได้อีกแล้ว ในขณะที่แดนโกทำหน้ายิ้มเหมือนจะภูมิใจกับมิตรภาพครั้งใหม่กับนาฬิกาดีมียี่ห้อที่ไม่รู้ว่าเป็นทำเนียบต้องแลกของหรือตั้งใจอยากแลกเพราะนาฬิกาตัวเองพังเพราะบู๊กับเหล่าร้ายมาเยอะ

เอาเป็นว่าสนุกแบบคอแอ็คชั่นเก่าๆมีความเข้มข้นในตัวยิ่งตอนท้ายเรื่องซิ่งกันได้มันส์ดี อย่างน้อยมันก็สนุกกว่า Raw Deal (1986) ล่ะกัน

รูปภาพของฉัน
เกิดปี 2538 (1995) แค่คนที่เรียนจบสาธารณสุขศาสตร์ แต่ชอบดูหนังเป็นชีวิตจิตใจ ที่เขียนรีวิวเพราะอยากแบ่งปันความรู้สึกที่ตัวเองมีให้อ่าน และกำลังทำช่อง YouTube เกี่ยวกับหนังสือ(การ์ตูนเป็นหลัก)