วันศุกร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2561

The Collector (2009) คืนสยองต้องเชือด

The Collector (2009)
คืนสยองต้องเชือด
Director: Marcus Dunstan
Genres: Horror | Thriller

ชอบหนังที่เกี่ยวกับเกมส์หรือกับดักบ้างไหม ถ้าชอบก็พอจะนึกได้ว่าใช่ Saw หรือเปล่าที่เป็นแบบนั้น แต่เอาจริงๆเรื่องนี้ก็ถือมีส่วนคล้ายๆแบบนั้นด้วยเช่นกันแต่ไม่ใช่รูปแบบของเกมส์ที่ให้ตัดสินเลือกแต่เป็นกับดักที่เลือกให้โดนเสียมากกว่า สำหรับเรื่องนี้ได้ผู้กำกับที่เขียนบท Saw มาก่อนตั้งแต่ภาค 4-7 ดังนั้นรับประกันคอซาดิสต์ได้เลยว่าต้องมีอะไรเซอร์ไพรส์เลือดเนื้อหลุดกันบ้างอย่างแน่นอนแต่จะยังไงนั้นไปดูเรื่องย่อกันหน่อยเพราะเข้าขั้นเรียกว่าดวงซวยของแท้เลยโดยเฉพาะตัวเอกของเรา อาร์กิ้น (Josh Stewart) ที่ไปปล้นบ้านผิดหลังเพราะบ้านนี้ถูกเจ้าโรคจิตนักสะสม (Juan Fernandez) จ้องอยู่ก่อนแล้ว โดยก่อนหน้านี้ไม่ได้ตั้งใจจะมาปล้นหรอกแค่ตามสืบส่องภายในบ้านว่าเป็นยังไงของที่ตัวเองต้องการอยู่ตรงไหน(มันก็ปล้นนี่) แต่เรื่องมีที่มาต้นเหตุคือต้องการเอาไปใช้หนี้พวกนอกระบบเพื่อเมียและลูกๆที่กำลังจะหนีออกนอกเมืองเพราะหาเงินมาใช้คืนไม่พอ แต่อาร์กิ้นก็นึกได้ว่ายังมีวิธีอยู่ซึ่งคือการปล้นนี่แหละและเขาเองก็มีเวลาจำกัดสัญญาเอาไว้ว่าภายในเที่ยงคืนจะเอาของมาให้ จนสุดท้ายลงเอยด้วยการเข้าบ้านง่ายชำนาญทางเพราะวิชางัดแงะแต่ออกยากเพราะใครไม่รู้วางของเล่นทั้งหลัง จึงเป็นการฉะระหว่างโจรผู้ย่องเบากับโรคจิตผู้ชอบ(กับ)ดัก แต่ความเจ๋งอยู่ที่การดวลของทั้งสองในความมืดยามราตรีไร้แสงไฟและสารพัดสิ่งประดิษฐ์ที่จบชีวิตได้ทันที ทุกย่างก้าว ทุกสิ่งที่มองเห็นแต่ไม่สังเกต ล้วนคืออันตรายที่คร่าชีวิตได้อย่างสบายๆในทันทีเพียงแค่เสี้ยววินาทีก็ไม่มีเหลือ แต่เรื่องของเรื่องคือเมื่อเข้าบ้านมาแล้วกลับออกไม่ได้นี่สิ งานนี้ต่อให้ปล้นได้แต่สงสัยจะสมหวังยาก


พล็อตเรื่องจัดว่าเซอร์ไพรส์พอตัวที่จู่ๆจากชายผู้ย่องเบาจะมาขอปล้นก็ต้องมาเจอเรื่องไม่คาดฝันเข้าให้ แต่ที่น่าสนใจคงไม่ด้อยไปกว่าการให้ความสำคัญกับลูกเล่นต่างๆเกี่ยวกับมหากับดักทั่วบ้านจนไม่รู้ว่าถ้าไม่ใช่ทักษะของพระเอกที่เก่งมาก่อนทางนี้(ทางโจร)จะมีใครรอดเงื้อมมือเจ้านักสะสมไปได้ยังไงกัน ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีแน่ๆนอกจากต้องเป็นคนที่ดวงดีมากๆถึงจะรอดไปได้เพราะแต่ละอย่างโดนทีคือจบชีวิตได้เลยโดยไม่ต้องรอกับดักชุดต่อไป พอเป็นแบบนี้ทำให้ตัวเองคิดว่ามันเป็นอะไรที่เข้าท่าเข้าทางดีเกี่ยวกับเรื่องไหวพริบของตัวละคร เนื่องจากหนังสยองขวัญตามปกติแล้วตัวละครจะไม่ทันเจ้านักฆ่ากันหรอกว่ามาไม้ไหน ขนาดหลบตรงนี้เอยมุขเดิมเอยหรือจะการกระทำที่บ่งบอกความไม่ฉลาดก็ต่างล้วนเป็นของตายของสูตรหนังสยองขวัญที่ใส่มาเพื่อทรมานบันเทิงอย่างหนึ่ง ถามว่าทำไมล่ะ? ก็เพื่อให้ผู้ชมได้รับรู้ว่านี่คือเรื่องสยองขวัญและแนวประเภทนี้จะต้องมีเหยื่อที่ตายไม่ว่าสภาพใดก็ตามแต่ต้องทำให้ผู้ชมรู้สึกน่ากลัว สรุปคือจะต้องมีคนตายไว้ก่อนและมันต้องนองเลือดด้วยจะถือเป็นของแถมที่เรียกความตราตรึงกันได้ดี เพียงจะเป็นยังไงถ้าตลอดทั้งเรื่องตัวละครรู้ทันเกือบหมดว่าต้องเจออะไร แล้วจะเป็นยังไงต่อถ้าตัวละครอยู่ในสภาพที่จนมุมตั้งแต่เข้าเรื่องอย่างไม่รอช้า ต้องเรียกว่าเซอร์ไพรส์พอสมควรที่พอเข้าบ้านไม่นานก็เจอเจ้าของบ้านโดนเล่นงานในสภาพยับเยินเพราะกับดัก

เสน่ห์การรู้ทันคือการทำให้ตัวละครออกมาฉลาดไม่ดูแล้วรู้สึกหงุดหงิดว่าทำไมต้องไปทางนั้นทำไมไม่ทำยังงี้อย่างนู้นล่ะ ซึ่งเรื่องแบบนี้มักเป็นเรื่องขัดใจผู้ชมประจำเวลาเดาได้เพราะความจำจเที่เห็นมาตั้งไม่รู้กี่รุ่นต่อกี่รุ่นแค่เปลี่ยนตัวฆาตกรนิดหน่อยปรับเปลี่ยนพล็อตเรื่องนิดนึงแต่ตัวละครยังใสซื่อแถมเป็นวัยรุ่นออกมาให้เชือดประจำ สำหรับเรื่องนี้ค่อนข้างแตกต่างออกไปอย่างที่รู้คือมีทักษะพิเศษตรงที่เป็นโจรมีฝีมือสามารถงัดแงะไปได้ทั่วบ้านอย่างสบายใจและมีความตั้งใจจะมาเช้าบ้านแต่หาใช่เพราะสงสัยหรือนึกอยากลองของ


ความสำคัญมันอยู่ตรงที่การรู้เท่าทันกันจนทำให้สไตล์ไล่ล่าจึงทีแทบทั้งเรื่องหลังจากเข้าบ้านเพราะพระเอกของเราเลี่ยงที่จะเจอเจ้านักวางกับดักแบบตรงเพื่อลดความเสี่ยงที่เกิดขึ้นด้วยทักษะความเงียบและนิ่งของตัวเอง ฉะนั้นการดูเรื่องนี้จึงมีแต่ความตรงใจไปหมดเนื่องจากไม่มีตัวละครมารบกวนให้ออกนอกลู่นอกทางทำเสียแผน เดิมทีถ้าให้จับใจความตัวละครหลักๆจะมีแค่ 2 คนอย่างที่รู้ ในขณะที่ตัวละครอื่นๆที่น่าจะเรียกว่ามาเพื่อสนองความต้องการนั้นคงมาให้ความสมเหตุสมผลของบ้านมากกว่าจะเข้าใจว่านี้ไม่ใช่บ้านร้างและมาจัดการคนในบ้าน

ส่วนพระเอกของเราคือของแถมที่มาโดยอย่างไม่ตั้งใจจนกลายเป็นตัวละครหลัก ต้องเรียกว่าเป็นสิ่งที่ไม่คาดฝันมากกว่าเพราะเดิมทีหนังก็โฟกัสไปที่พระเอกตั้งแต่เริ่มเรื่องอยู่แล้วและยังตั้งใจปล่อยทีเด็ดบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องทักษะในฉากที่ตัวต่อมาเกาะมือแต่ยังใจเย็นพ่นควันบุหรี่เบาๆไล่ออกไปราวกับเป็นเรื่องที่ไม่สะทกสะท้านอะไรเลยต่อมาเข้าเรื่องปมครอบครัวที่กำลังมีปัญหาและเขาคือหัวหน้าครอบครัวที่ต้องรีบหาเงินมาใช้หนี้ ที่สำคัญต่อยอดไปอีกคือการปล้นไม่ใช่แค่ทำตัวเองเป็นช่างซ่อมและสำรวจแต่เป็นการแฝงตัวคอยเวลาที่เหมาะสม เพราะมีคนอยากได้ของล้ำค่าและจ้างเขาในฐานะสปาย แต่เพราะไม่อาจรั้งรอได้จึงทำการปล้นวันนี้เดี๋ยวนี้ ทว่าโชคไม่เข้าข้างจากปล้นง่ายออกจากบ้านอย่างเงียบเชียบต้องมีเสียงกรี๊ดร้องแสนทรมาน


เข้าใจหาแรงจูงใจในความสงสัยของคนได้อย่างเนียนๆ คือตอนแรกพระเอกเราปล้นได้แล้วและได้ของตามที่ต้องการแต่มาติดตรงที่ได้ยินเสียงแปลกๆนี่แหละทำให้เริ่มชักสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นแถมพอจะออกเพื่อรีบทำเวลาให้เสร็จก็เกิดออกจากบ้านไม่ได้เพราะสภาพถูกปรับแต่งราวกับไม่ใช่บ้านที่ตัวเองเคยเห็นหรือรู้จักมาก่อน ไม่ว่าจะประตูที่มีกลอนล็อคประตูโผล่มาตั้งไม่รู้กี่อันแถมแต่ละอันถูกล็อคเสร็จเรียบร้อยหลังจากนึกว่าเจ้าของบ้านมาเข้าบ้านแต่ที่ไหนได้เป็นจอมวางกับดักที่พึ่งเข้าบ้าน ไหนจะกับดักดักสัตว์ที่วางตามพื้นพร้อมจะงับได้ทันที หรือจะเส้นลวดที่แสนบางและคมกริบจนมองไม่เห็นในกลางคืนก็มี และอีกสารพัดกับดักที่โผล่มาจากไหนเยอะแยะทั้งที่พึ่งจากบ้านหลังนั้นมาได้ไม่ถึงหนึ่งวันแท้แต่ของพวกนี้มาจากไหนกัน ความไม่สมเหตุสมผลคงเป็นเรื่องตรงนี้แหละที่สามารถจัดการทุกอย่างด้วยตัวคนเดียวแถมภายในบ้านของคนอื่นอีกต่างหาก ซึ่งจากสภาพแล้วถ้าไม่ใช่เตรียมตัวมาดีแค่ติดตั้งนิดหน่อยคงทำไม่ได้อย่างแน่นอนและเป็นคนเดียวด้วยแล้วยิ่งไม่น่าเป็นไปได้เลยที่จะไม่มีใครผิดสังเกต แต่ที่ฉงนที่สุดคือเราไม่อาจรู้รายละเอียดเลยว่าที่ทำไปนี้เพื่อสิ่งใดกันแน่ เพราะมาถึงก็เจอกับดักเอยทรมานเจ้าของบ้านจนตายและป่างตายเอย สิ่งเหล่านี้ทำไปเพื่ออะไรก็ไม่รู้ เนื้อเรื่องจึงกลวงโบ๋บทมาอย่างหลวมๆเว้นแต่มีเหตุผลหนึ่งที่บอกได้ว่าเป็นพวกชอบสะสม มีการเก็บคนไว้ในกล่องใบแดงคล้ายทำนองว่ากับดักคือบททดสอบ เมื่อรอดรอดมาได้จะได้รับการบรรจุลงกล่องกลายเป็นของที่ระลึกต่อไป ก็อย่างว่าล่ะนะสไตล์พวกโรคจิตไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลที่เข้าใจนอกจากมันดูเข้าท่า ฟังดูคล้ายๆกับหนังเรื่อง Saw ให้เล่นเกมส์เพื่อพิสูจน์ความสำคัญของชีวิตยังไงอย่างงั้น


The Collector เล่าเรื่องช่วงๆแรกอาจยังไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่เพราะเป็นการเปิดตัวละครและเล่าเรื่องถึงแรงจูงใจให้ดูมีน้ำหนัก อย่างสาเหตุการปล้นซึ่งอันที่จริงนี่อาจไม่ใช่เพราะความตั้งใจแต่เป็นการทำไปเพื่อความอยู่รอดของคนในครอบครัวโดยมีเวลาเป็นเดิมพัน แน่นอนว่าการปูเรื่องในช่วงแรกไม่ใช่ปัญหาอะไรหากจะทำให้ผู้ชมคุ้นเคยกับตัวละครเหล่านี้เสียก่อน ทว่าบางทีก็รู้สึกความคุ้นเคยยังบอบบางเกินไปถ้าเป็นตัวละครอื่นที่ไม่ใช่เรื่องราวฝั่งพระเอกในเรื่องอย่างเจ้าของบ้านที่โผล่มาในสภาพจวนตายแลไม่ตายแล อารมณ์ที่คิดอยากจะช่วยจึงดูไม่ค่อยน่าช่วยเท่าไหร่เพราะไม่รู้รายละเอียดไปมากกว่าความน่าสงสาร(และถ้สดูจากสภาพคงบอกได้เลยว่ารอดยาก) แต่ที่น่าลุ้นคือตัวละครเด็กที่เล่นโดย Karley Scott Collins นับเป็นของเด็ดที่โผล่มาได้เซอร์ไพรส์จริง ที่ยังคงเดิมคือตลอดทั้งเรื่องจำกัดสถานที่เพียงในบ้านเท่านั้น กระนั้นไม่น่าเชื่อว่าการเล่าเรื่องแค่ในบ้านจะออกมาสนุกและไม่น่าเบื่อทั้งที่วนเวียนติดอยู่กับที่เดิมๆได้จนเป็นการเพิ่มความสำคัญในแต่ละฉากให้ดูมีมุมมองที่มากขึ้น จากฉากตรงนี้ไม่มีอะไรแต่ก็มีความสำคัญในตอนท้าย ส่วนอารมณ์ของหนังจัดว่าโหดได้ใจทั้งเลือดทั้งเนื้อบวกความเสียวจากการลุ้นกับพวกกับดักต่างๆนาๆจนน่าใจหาย นับเป็นการให้ลูกเล่นได้ระทึกใจจริงๆ ถ้าเทียบกับ Saw ทั้งหลายแหล่อาจคือเกมส์วัดใจแต่กับ The Collector คือความตายที่เสิร์ฟถึงที่จากความประมาท จัดว่าเหมาะอย่างมากกับคอหนังสยองขวัญที่ห้ามทั้งประการทั้งปวงเพราะความน่าเบื่อแทบไม่มีเลย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

รูปภาพของฉัน
เกิดปี 2538 (1995) แค่คนที่เรียนจบสาธารณสุขศาสตร์ แต่ชอบดูหนังเป็นชีวิตจิตใจ ที่เขียนรีวิวเพราะอยากแบ่งปันความรู้สึกที่ตัวเองมีให้อ่าน และกำลังทำช่อง YouTube เกี่ยวกับหนังสือ(การ์ตูนเป็นหลัก)