Hostage (2005) ฝ่านรกชิงตัวประกัน

Hostage (2005) | ฝ่านรกชิงตัวประกัน | C+
Director: Florent-Emilio Siri
Genres: Action | Crime | Drama | Thriller

อดีตตำรวจนักเจรจา เจฟฟ์ ทัลลี่ย์ (Bruce Willis) ที่เคยทำงานผิดพลาดมาแล้วกับการช่วยเหลือตัวประกันจากคนร้ายที่ยิงครอบครัวตัวเอง ทำให้เจฟฟ์เสียใจอย่างมากกับการทำงานครั้งนั้นเพราะได้ทุ้มเวลาสุดชีวิตเพื่อหวังจะต่อรองให้ทุกคนปลอดภัย แต่สิ่งที่เจฟฟ์ทำและเจฟฟ์เห็นกลับเป็นตราบาปในที่จะยอมสูญเสียคนสำคัญไปอีกเพราะเขา เลยย้ายตัวเองมาเป็นตำรวจในเมืองเล็กๆแห่งหนึ่ง แต่นั้นไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่เจอปัญหา เมื่อเด็กวัยรุ่นหัวรั้นที่เป็นผู้ร้ายจะมาเพียงแค่ปล้นจากเหยื่อครอบครัวหนึ่งเพราะคิดเห็นว่ารวยต้องมากด้วยทรัพย์ ทำให้บ้านเศรษฐี วอลเตอร์ สมิธ (Kevin Pollak)โดนคนจับเป็นตัวประกันขึ้นมาเพราะความใจร้อนของคนในกลุ่มทำให้เป็นปัญหาสุดใหญ่หลวง เมื่อจริงๆแล้ววอลเตอร์ สมิธมีข้อมูลบางอย่างที่เป็นความลับและผิดกฎหมายทำให้ผู้ร้ายที่ร้ายยิ่งกว่าต้องการของสิ่งนั้นเดี๋ยวนี้ เกิดเป็นว่าเจฟฟ์ต้องกลับมาเป็นนักเจรจาต่อรองอีกครั้ง นั้นไม่ใช่เรื่องที่แย่ที่สุดถ้าเทียบกับการที่ลูกเมียของเขาโดนผู้อยู่เบื้องข้อมูลลับจับไป โดนยืนเสนอที่ว่าให้นำข้อมูลกลับมาไม่งั้นครอบครัวของเขาไม่รอดแน่ ตอนนี้ทำจะทำยังไงกับผู้ร้ายที่อยู่ต่อหน้าและลับหลังทั้ง 2 ผู้ร้ายนี้ ตอนนี้เขาต้องคิดว่าของที่อยู่ในบ้านกับคนที่อยู่ในบ้านควรเริ่มที่ไหนดีกว่ากัน


สิ่งที่สำคัญของเรื่องคือการสร้างความกดดัน ทำบรรยากาศให้ออกมาดูสิ้นหวังไม่มีอะไรที่ดูเหมือนจะดีขึ้นมีแต่แย่ลงเรื่อยๆ ยิ่งเวลาเดินไปมากเท่าไรคล้ายจะสร้างความจุดจบอย่างช้าๆมากเท่านั้น แล้วนี่เป็นการเพิ่มอารมณ์ลุ้นไปเข้าไปให้ดูพระเอกเรามีภาระหนักยิ่งขึ้นเสี่ยงยิ่งขึ้นและอันตรายชนิดพลาดไม่ได้

หนังทำได้ดีเรื่องความหวังเพราะพระเอกเราโดนย้ำหนักซะไม่มีอะไรจะหวังไหนจะเรื่องงาน ไหนจะเรื่องครอบครัว ไหนจะเรื่องไม่เป็นเรื่องที่มันเข้ากันจริงๆ อีกด้านหนึ่งเราจะเห็นว่าการเป็นฮีโร่ใช่ว่าใครอยากจะเป็นถึงแม้จะเป็นงานก็ตามเว้นแต่เพื่อสิ่งที่สำคัญกับชีวิตต้องลำบากก็จะพยายามยืนยันสู้ต่อไป


เป็นหนังอะไรที่ตรงตัวจริงๆไม่มีหักมุมหักหลี่ยมเลยหรือการเจรจาที่ดูถกเถียงไปมาจนชวนสนุกแต่เปล่าเลย เป็นหนังคิดวิตกที่หนักหนาสาหัสพอดูโดยเฉพาะโดนบีบให้ทำนู้นทำนี่หรือบังคับว่าทำอะไรต้องตรงตามที่สั่ง ฉะนั้นด้านความแอ๊คชั่นที่ยิงกันสนั่นแบบ Die Hard นั่นไม่มีแน่นอน แต่เป็นอีกแบบที่สนุกขนิดที่ว่าลุ้นๆว่าตัวละครเมื่อไรจะหยุดเรื่องซะที เพราะในเรื่องตัวละครพากันเครียดกันทั้งนั้น แล้วยิ่งเจอสถานการณ์ที่เกินความควบคุมเกินความคาดหมายยิ่งเครียดเข้าไปอีก และนั้นพี่Bruce เราแสดงได้เยี่ยมยอด การกระทำเพื่อครอบครัวเป็นอะไรที่ดูเป็นฮีโร่ที่เจอแต่เรื่องเจ็บๆ แล้วยิ่งตอนที่เห็นครอบครัวโดนจับไปสิ่งที่แสดงออกมาสื่อได้เจ็บปวดถึงคนรักลูกรักเมียจริงๆ


ดาราคนอื่นแสดงได้เรื่อยๆไม่เด่นเท่าพี่Bruce แสดงเพราะเราจะได้เห็นว่าเวลาคนเครียดที่ต้องคิดกับสถานการณ์แบบนี้ควรทำอย่างไรและนั้นจะเป็นสิ่งที่เหตุการณ์เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ถึงอย่างนั้นหนังจะสนุกแบบไหนก็ดูไม่เร้าใจเท่าที่ควรไม่ใช่เพราะไม่มีบู๊ล้างผลาญชวนพามันส์ แต่เป็นเพราะบทที่เล่นไม่ลื่นซึ่งอาจดูอึดๆจนเบื่อได้ หนังสนุกดีสำหรับคนที่ชอบลุ้นระทึกแบบสถานการณ์เลวร้าย ถ้าไม่ไปคิดเรื่องแอ๊คชั่นอ่ะนะ

รูปภาพของฉัน
เกิดปี 2538 (1995) แค่คนที่เรียนจบสาธารณสุขศาสตร์ แต่ชอบดูหนังเป็นชีวิตจิตใจ ที่เขียนรีวิวเพราะอยากแบ่งปันความรู้สึกที่ตัวเองมีให้อ่าน และกำลังทำช่อง YouTube เกี่ยวกับหนังสือ(การ์ตูนเป็นหลัก)