The Thing (2011) แหวกมฤตยู อสูรใต้โลก

The Thing (2011) | แหวกมฤตยู อสูรใต้โลก | B
Director: Matthijs van Heijningen Jr.
Genres: Horror | Mystery | Sci-Fi
http://www.imdb.com/title/tt0905372/

คงเพราะหนังเรื่องนี้ยังเป็ นที่ต้องการของคนดูอีกหลายคนจึงมีการสร้างเรื่องนี้อีกครั้งโดยใช้เนื้อเรื่องบ่งบอกการมาและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นี่คือภาคปฐมบทที่มีเรื่องก่อน The Thing ปี 1982 เพราะหลายคนอาจสงสัยที่มาของเรื่องนี้เพราะมีการเริ่มต้นที่น่าจะถ่ายทอดเรื่องราวเป็นตัวเป็นตนได้ แต่ไม่ได้ทำ ทำให้จุดนี้เป็นที่มาของภาพยนตร์ที่เคยขวัญประสามคนดูมาแล้วกลับต้องมาอีกครั้งด้วยเวลาทั้งสิ้น 29 ปี แล้วทุกคนจะได้รู้กันว่าเพราะอะไรถึงไม่มีใครไว้ใจใคร


เรื่องนี้เป็นผลงานชิ้นแรกของผู้กำกับหน้าใหม่ มัตไตจ์ส แวน เฮจ์นินเก็น จูเนียร์ (Matthijs van Heijningen Jr.) เป็นชาวฮอลแลนด์ โดยเดิมเป็นผู้กำักับโฆษณามาก่อน โดยผู้กำกับท่านนี้ได้หยิบประเด็นหนังเก่าอย่าง The Thing ปี 1982 ที่ผู้กำกับจอห์น คาร์เพนเตอร์ (John Carpenter) ได้สร้างเอาไว้ตรงที่จะเล่าเรื่องราวความเป็นมาก่อนเกิดเรื่องเพื่อให้คนเคยดูหายข้องใจ

เริ่มต้นที่คณะสำรวจได้พบกับยานอวกาศขนาดยักษ์ ใต้ัพื้นน้ำแข็งที่แอนตาร์กติกา ที่สันนิษฐานว่าหลับไหลมานานกว่า 1 แสนปี และยังได้ค้นพบสิ่งมีชีวิตรูปร่างประหลาดที่หลุดออกมาจากยานในสภาพถูกแช่แข็ง พอเจออะไรแปลกๆความสงสัยย่อมบังเกิด ทีมสำรวจจึงได้เชิญ เคท ลอยด์ (Mary Elizabeth Winstead) นักธรณีวิทยา ให้มาช่วยในการขุดน้ำแข็งที่มีสิ่งมีชีวิตจากต่างดาวออกมา แต่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ประกอบกับความประมาทที่ชะล่าใจในการศึกษาสิ่งที่อยู่ภายใต้น้ำแข็งพร้อมกับการไม่มีเครื่องมือในการป้งกันเพื่อความปลอดภัย กลับกลายเป็นว่าสิ่งที่หลับมานานต้องตื่นขึ้นมาเพียงเพราะความไม่รู้เท่าถึงการณ์และอันเป็นหายนะของทุกคนเพราะความสามารถที่ปลอมแปลงและฝงตัวได้ และด้วยสภาพแวดล้อมที่มีแต่มนุษย์ด้วยกัน ซึ่งแน่นอนว่าเป้าหมายของมันคือ มนุษย์ ทีมสำรวจจึงต้องวางแผนรับมือและกำจัดสิ่งมีชีวิตจากต่างดาวให้ได้ ก่อนที่มันจะหนีออกไปสู่โลกภายนอก


ถ้าจะให้เปรียบเทียบกับของต้นฉบับนั้น มีหลายอย่างที่หายไปอย่างการปรากฎที่ไม่อุกอาจเดาทางสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยาก หรือแม้เรื่องการให้ความลุ้นที่แตกต่างออกไป แต่ต้องบอกว่าทำออกมาดีครับภาคนี้ การเล่าเรื่องที่ไม่ให้อืดอาด แต่สิ่งที่ควรมีของเรื่องนี้คือการไว้ใจซึ่งกันและกัน ให้ตัวละครต่างระแวงสงสัยกันเองว่าใครคือคน และใครคือเอเลี่ยนจำแลงให้มากกว่านี้ ที่อาจจะส่งผลให้เรื่องราวมีมิติมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ เพราะหนักไปทางไล่ล่าซะมากจนตัวละครโดนเก็บไปเพราะสิ่งนั้นซะมาก จึงลุ้นได้ยาก เรื่องมีบทเด่นที่เคทเป็นศุนย์กลางของเรื่องที่จะหนักมาที่เธอต่างจากต้นฉบับที่เปลี่ยนไปคนบ้างเพื่อคนที่ไม่เห็นอาจเป็นที่สงสัยของคนดูได้ อย่างไก็ตามการทำให้เรื่องออกมาผสานให้เข้ากับปี 1982 ให้ได้นั้นถือว่าออกมาเยี่ยมและสำเร็จตามแบบโครงเรื่อง ฉากแอคชั่นไล่ล่า ปริศนา เทคนิคล่อหลอกต่างๆ ทำให้รู้สึกลุ้นได้บ้าง แต่โดยรวมค่อนข้างพื้นๆ คือไม่ถึงกับตื่นเต้นตื่นตาเท่าที่ควรเพราะนี่เล่นโผล่เผยพิรุธออกมาก่อนทั้งที่ยังไม่มีอะไรให้จับผิดเท่าที่ควร


ในส่วนของนักแสดงผมว่าบางคนบทมันน้อยๆนะเพราะแบบว่าบางคนตายกันไว้เหลือเกิน ทำให้ตัวละครน้อยลงไปใหญ่ แต่ทำไงได้ล่ะครับก้เน้นไปที่เคทอยู่แล้ว จึงไม่แปลกอะไรที่บางคนต้องตายเร็ว แต่ความสปริตของ Mary Elizabeth Winstead นับว่าสูงเอาเรื่องครับเพราะเธอแสดงอารมณ์ออมาได้หวาดกลัวจริงๆและแน่นอนว่าเหมือนเธอจะไม่ไว้ใจใครอีกแล้ว

และประเด็นที่แตกต่างออกไปคือเรื่องการเมคอัพตัวสัตว์ประหลาดนี้ เพราะความก้าวหน้าล่ะครับจึงมีแต่แบบ CG ทำให้มันออกดูเกินหน้าเกินตาไปบ้างแต่นับว่าออกมาสยองพอตัว แต่เรื่องความเหมือนคงเทียบไม่ได้ แต่นั้นทำให้เรื่องเดินเร็วด้วยครับคือทำอะไรมันรวดเร็วและว่องไว อย่างที่บอกล่ะครับเน้นการไล่ล่า ใครรอดก็รอดแต่ถ้ายิ่งคนมาก ยิ่งน่าสงสัย หากใครไม่เคยดู The Thing ต้นฉบับมาก่อนอย่าบ่นนะครับว่าจบแบบนี้ทำไมเพราะจริงๆเนื้อเรื่องไปต่อได้ครับ แค่ทำภาคก่อนเกิดเหตุกาณ์เท่านั้น แต่อย่างว่าล่ะครับนับว่านานแล้วสำหรับ 29 ปีที่โปรเจ็คนี่จะออกมา ภาคนี้ทำได้สนุกตื่เต้นดีแต่มันตามสูตรไม่มีอะไรแปลกตา ถือว่าเอาเพลินได้ดี เสียที่จุดของเรื่องหายไปทำให้อะไรก็ออกมาดูง่ายไปหมด

รูปภาพของฉัน
เกิดปี 2538 (1995) แค่คนที่เรียนจบสาธารณสุขศาสตร์ แต่ชอบดูหนังเป็นชีวิตจิตใจ ที่เขียนรีวิวเพราะอยากแบ่งปันความรู้สึกที่ตัวเองมีให้อ่าน และกำลังทำช่อง YouTube เกี่ยวกับหนังสือ(การ์ตูนเป็นหลัก)