Chronicle (2012) บันทึกลับเหนือโลก


Chronicle (2012) | บันทึกลับเหนือโลก | B+
Director: Josh Trank
Genres: Drama | Sci-Fi | Thriller 
http://www.imdb.com/title/tt1706593/

หนังไม่มีที่มาที่ไปชัดเจนเกี่ยวกับพลังที่พวกเด็กไฮสคูลทั้ง 3 คนนั้นได้มา ซึ่งมีแอนดรูว์(Dane DeHaan) , แม็ตต์(Alex Russell) , สตีฟ(Michael B. Jordan) เท่าที่ได้จากเนื้อเรื่องคือการไปค้นพบบางอย่างใต้ดินที่เหมือนกับหินหรือปริซึมซักอย่าง แล้วไปใกล้จนเกินไปทำให้มีเลือดกำเดาไหลโดยจะไม่ทราบแน่ชัดเพราะเรื่องจะตัดออกไปกลายเป็นว่าพวกเขามีพลังและใช้พลังได้ระดับหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องประหลาดมากในระยะแรกและต้องทำความเข้าใจและเรียนรู้การควบคุมความสามารถพิเศษของพวกเขาและใช้มันในด้านดี แต่ด้วยวิถีชีวิตที่ดำรงอยู่ทำให้เริ่มเสียการควบคุมพลังเพราะด้านมืดในจิตใจ คนที่เห็นได้ชัดคือแอนดรูว์ เด็กหนุ่มที่มีปัญหาทางด้านครอบครัวกับแม่ที่ป่วยที่เริ่มไม่มีเงินซื้อยาและพ่อที่ขขี้เมาทำแต่ทำร้ายเขา ทำให้สถานการณ์ที่บีบคั้นจิตใจของเขา ให้เอาพลังวิเศษที่เขาได้มาไปใช้ในทางที่ไม่ดี จนต้องเกิดปัญหาไปถึงเพื่อนอีก 2 คน ที่ต้องห้ามเขาและหยุดยั้งด้วยความสามารถพิเศษที่มาเหมือนกัน


เรื่องนี้ได้ผู้กำกับหน้าใหม่ของวงการรอย่าง จอช แทงค์ โดยเรื่องนี้เป็นผลงานชิ้นแรก และเป็นเนื้อเรื่องที่ชวนพาคิดแตกต่างออกไปเชิงสังคมที่เห็นอยู่คือ การได้พลังที่สามารถทำอะไรก็ได้มากกว่าคนปกติ เราจะเห็นบ่อยๆว่าเมื่อได้พลังมาก็คิดไปช่วยโลกช่วยเหลือสังคมเป็นคนดีอย่างซุปเปอร์ฮีโร่ที่กระทำอยู่

พล็อตจัดว่าตรงไปตรงมากับชีวิตมากที่สุดตามประสาสังคมที่เกิดขึ้นและอยู่ในช่วงวัยรุ่นที่เรียกว่าวัยคะนอง เป็นการใช้เนื้อเรื่องได้สมเหตุสมผลดีเพราะถ้าใครได้พลังไปคงไม่ใช้แค่เอาแต่ช่วยเหลืออย่างเดียวแต่ตรงกันข้ามที่เรื่องนี่เอาพลังไปเล่นสนุกแผลงๆกับผู้คนอย่างลับๆจนทำให้ผู้คนตกใจและกลายเป็นความสะใจของเด็กสามหมุ่นนั้นที่อยากลองของเพราะความหลงระเริง


จะว่าแล้วเป็นหนังผสมเรื่องการเสียดสีระหว่างสังคมกับการเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ อย่างประเด็นเรื่องครอบครัวของแอนดรูว์ที่ไม่มีความสุขเป็นปัญหาชีวิตที่คอยทำร้ายจิตใจมาตอลอด จนมาได้พลังพิเศษอย่างไม่ตั้งใจทำให้ได้มีโอกาศระบายอารมณ์ซึ่งจะเห็นได้ชัดขึ้นเรื่อยๆว่าแอนดรูว์มีการใช้พลังที่หนักและรุนแรงกว่าของคนอื่นทั้งที่ตั้งกฎบังคับไว้แต่การตั้งกฎก็ห้ามแอนดรูว์ไม่ได้เมื่อเขาหมดความอดทนอีกอย่างความสัมพันธ์ของเพื่อนทั้ง 3 คนเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ทำให้ไม่ต้องเหงาโดดเดี่ยวเดียวดายและต้องขอชมที่ความสัมพันธ์นี่ทำได้ชมจริงทั้งที่ล้วนเป็นนักแสดงหน้าใหม่ การที่จะได้พลังพิเศษใช่ว่าจะเกิดจิตสำนึกอย่างกู้โลกอย่างเรื่องนี่ที่เอาพลังไปเรียกความฮาของตัวเองเพราะเป็นเรื่องสนุกซึ่งเราจะเห็นความหลากหลายของพลังตรงจุดนี้

เอฟเฟคจัดว่าใช้ได้มาดีและไม่ใช่ปัญหาอะไรที่จะดูแล้วไม่สมจริงสมจังถึงแม้ช่วงหลังๆบางฉากจะเหมือนอะนิเมชั่นก็ตาม เรื่องนี่ตลอดทั้งเรื่องจะเป็นการนำเสนอเหมือนกับเรื่อง Cloverfield ที่มีการถ่ายทอดนำเสนอภาพสไตล์จากกล้องวิดีโอ หรือที่เรียกว่า Hand-Held-camera เป็นการช่วยเพิ่มความใกล้ชิดระหว่งตัวละครกับคนดูและยกระดับให้ดูน่าตื่นเต้นเพราะการเคลื่อนไหวของกล้อง แต่บางคนอาจดูปวดหัวเนื่องจากมันเคลื่อนไหวไปมาค่อนข้างบ่อย มันจึงแตกต่างจากหนังประเภทอื่นที่กล้องจะนิ่งและเคลื่อนที่ได้จำกัด เป็นอีกเหตุผลและคิดว่าถูกที่ถ่ายทำแบบนี่เพราะจะทำให้เห็นการดำเนินชีวิตและทำให้ตัวละครดูมีมิติและรู้ซึ้งถึงจิตใจว่าเพราะอะไรถึงกลายเป็นคนที่ถล่ำสู่ความมืดจากการเก็บกด


ประเด็นของหนังเรื่องนี่อาจเป็นแค่ปัญหาสังคมและเพิ่มระดับจิตใจด้วยการให้พลังแก่เด็กทั้งสาม เพราะฉากแอ็คชั่นมันส์ๆสู้กันนั้นไม่มีมากมายยกเว้นช่วงหลังที่ความสัมพันธ์ของจิตใจจะระเบิดออกมา มีแต่ความเป็นรูปแบบ ทริลเลอร์ ดราม่า เรียกได้ว่าเป็นหนังสังคมก็ว่าได้ ตัวเรื่องอาจจะเต็มไปด้วยบทสนทนาจนดูน่าเบื่อแต่เนื้อเรื่องต้องการนำเสนอรูปแบบชีวิตของเด็กไฮสคูลทั้งการปกปิดความลับเรื่องพลังทั้งการห้ามใช้พลังเกินควร

จะว่าไปเรื่องนำเสนอหนักไปทางแอนดรูว์อย่างเดียวจนอาจลืมตัวละครหนักอีกสองคนเพราะหลังจะเป็นการนำเสนอชีวิตของแอนดรูว์ให้ชัดเจนและให้บทที่หนัก จึงทำให้ตัวละครไม่มีความสำคัญมากเว้นแต่ช่วงแรกๆที่นำเสนอรูปแบบความสัมพันธ์ของเพื่อน

เป็นหนังซุปเปอร์ฮีโร่แนวใหม่ที่ดีและตรงประเด็นเรื่องปัญหาชีวิตเพราะพลังอาจไม่ได้อำนวยกับทุกชีวิตจนกลายเป็นว่าจากฮีโร่กลายเป็นผู้ร้ายได้เพราะเรื่องชีวิตของตนเอง

รูปภาพของฉัน
เกิดปี 2538 (1995) แค่คนที่เรียนจบสาธารณสุขศาสตร์ แต่ชอบดูหนังเป็นชีวิตจิตใจ ที่เขียนรีวิวเพราะอยากแบ่งปันความรู้สึกที่ตัวเองมีให้อ่าน และกำลังทำช่อง YouTube เกี่ยวกับหนังสือ(การ์ตูนเป็นหลัก)